|
การขยายพันธุ์ในหลอดแก้วของกล้วยไม้กะเรกะร่อน (Cymbidium aloifolium (L.) Sw.) กล้วยไม้ป่าใกล้สูญพันธุ์ในกลุ่มป่าชุมชน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จตุพร หงส์ทองคำ |
| Title | การขยายพันธุ์ในหลอดแก้วของกล้วยไม้กะเรกะร่อน (Cymbidium aloifolium (L.) Sw.) กล้วยไม้ป่าใกล้สูญพันธุ์ในกลุ่มป่าชุมชน |
| Contributor | รชยา พรมวงศ์ |
| Publisher | คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม |
| Publication Year | 2560 |
| Journal Title | วารสารเกษตรพระวรุณ |
| Journal Vol. | 14 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 146-154 |
| Keyword | กล้วยไม้กะเรกะร่อน, สารควบคุมการเจริญเติบโต, โปรโตคอร์ม |
| URL Website | https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/index |
| Website title | วารสารเกษตรพระวรุณ |
| ISSN | 1685-8379 |
| Abstract | กล้วยไม้กะเรกะร่อน (Cymbidium aloifolium(L.) Sw.)เป็นกล้วยไม้ป่าประเภทอิงอาศัยที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการกระท าของมนุษย์ ดังนั้น ในการศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสูตรอาหารต่อการงอกของเมล็ดและผลของสารควบคุมการเจริญเติบโตต่อการเจริญเติบโตของโปรโตคอร์มกล้วยไม้กะเรกะร่อนในสภาพปลอดเชื้อโดยน าเมล็ดกล้วยไม้จากฝักที่มีอายุ 6 เดือน มาเพาะเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห์ สูตร MSที่เติมน้ าตาลซูโครส 3เปอร์เซ็นต์และอาหารสูตร ND ที่เติมน้ าตาลซูโครส 1เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 30 วัน พบว่า อาหารสังเคราะห์ที่เหมาะสมต่อการงอกของเมล็ดกะเรกะร่อนคือ อาหารสูตร ND โดยมีเปอร์เซ็นต์การงอกสูงที่สุดคือ 100 เมล็ดที่งอกสามารถเจริญเป็นโปรโตคอร์มได้ภายใน 20-25 วัน เมื่อน าโปรโตคอร์มที่มีอายุ 50 วัน มาเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร NDที่เติม NAA ความเข้มข้น 0,0.5 และ 1 มก./ล.ร่วมกับ BA หรือ Knที่ระดับความเข้มข้น 0,1,3 และ 5 มก./ล.เป็นเวลา 90 วัน พบว่าโปรโตคอร์มที่เพาะเลี้ยงบนอาหารที่เติม BA ความเข้มข้น 1 มก./ล.เกิดยอดได้ดีที่สุด โดยมีจ านวนยอดเฉลี่ย 7.27 ยอด/โปรโตคอร์ม ขณะที่อาหารที่เติม NAA ความเข้มข้น 1 มก./ล.ร่วมกับ Knความเข้มข้น 5 มก./ล.ต้นอ่อนเกิดรากได้ดีที่สุด โดยมีจ านวนรากเฉลี่ย 3.40 ราก/ต้น และต้นอ่อนมีความสูงเฉลี่ยสูงสุด 12.47 ซม. เมื่อย้ายต้นอ่อนออกปลูกในสภาพโรงเรือนเป็นเวลา 30 วัน พบว่า กล้วยไม้ที่ปลูกในกระถางที่มีกาบมะพร้าวสับมีอัตราการรอดชีวิตสูงสุดคือ 83 เปอร์เซ็นต์ ผลการศึกษาในครั้งนี้ สามารถน าไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้กะเรกะร่อนเพื่อเพิ่มปริมาณในหลอดทดลอง และเพื่อเป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ชนิดนี้ต่อไป |