|
การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมบนคลาวด์ด้วยกรณีศึกษาเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อสําหรับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในองค์กรไม่แสวงหากําไร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นภินธ์ แย้มประยูรสวัสดิ์ |
| Title | การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมบนคลาวด์ด้วยกรณีศึกษาเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อสําหรับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในองค์กรไม่แสวงหากําไร |
| Contributor | พรสุข ตันตระรุ่งโรจน์ |
| Publisher | Centre for Educational Innovation, Print and Online Media |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | An Online Journal of Education |
| Journal Vol. | 16 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | OJED1601004 (12 pages) |
| Keyword | การรู้เท่าทันสื่อ, การฝึกอบรมบนคลาวด์, กรณีศึกษา |
| URL Website | https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/index |
| Website title | Thai Journal Online (ThaiJO) |
| ISSN | 1905-4491 (Online) |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อออกแบบและพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมบนคลาวด์ด้วยกรณีศึกษา ในการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อสําหรับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในองค์กรไม่แสวงหากําไร ตัวอย่าง คือผู้เชี่ยวชาญจํานวน 7 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และแบบประเมินรูปแบบรูปแบบการฝึกอบรมบนคลาวด์ด้วยกรณีศึกษาเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ ประกอบด้วย2ส่วน ได้แก่ องค์ประกอบและกิจกรรมการฝึกอบรมโดยองค์ประกอบของรูปแบบประกอบด้วย5องค์ประกอบ ได้แก่ 1)วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม 2) ผู้เข้าฝึกอบรมและผู้ดําเนินการฝึกอบรม 3)เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารบนคลาวด์ 4) กระบวนการฝึกอบรมด้วยกรณีศึกษา 5) การประเมินผล สําหรับการจัดกิจกรรมการฝึกอบรม แบ่งเป็น 3ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1ขั้นก่อนการฝึกอบรม ได้แก่ 1.1) ปฐมนิเทศผู้เข้าฝึกอบรม 1.2) การวัดการรู้เท่าทันสื่อก่อนฝึกอบรม ระยะที่2ขั้นการฝึกอบรม ได้แก่ 2.1) ผูสอนนําเสนอกรณีศึกษา2.2) ผู้เข้าฝึกอบรมศึกษากรณีศึกษา2.3) ผู้เข้าฝึกอบรมอภิปรายประเด็นคําถามเพื่อหาคําตอบ 2.4) ผู้สอนและผู้เข้าฝึกอบรมอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาเพื่อหาคําตอบร่วมกัน 2.5) ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เข้าฝึกอบรมสร้างสรรค์ผลงาน ระยะที่ 3ขั้นติดตามผลการฝึกอบรม ได้แก่ 3.1) สรุปและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เข้าฝึกอบรม 3.2) การวัดการรู้เท่าทันสื่อหลังฝึกอบรม ผลการประเมินรูปแบบพบว่า มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (M= 4.65, SD= 0.49) |