|
ศึกษาข้อยกเว้นเพื่อกิจการสื่อมวลชนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562: นักข่าวพลเมืองและ ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เมธินี สุวรรณกิจ |
| Title | ศึกษาข้อยกเว้นเพื่อกิจการสื่อมวลชนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562: นักข่าวพลเมืองและ ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ |
| Publisher | คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Journal Vol. | 16 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 51-68 |
| Keyword | พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, นักข่าวพลเมือง, ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์, ข้อยกเว้นกิจการสื่อมวลชน |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/index |
| Website title | https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/article/view/261369 |
| ISSN | 1906425X (Print), 24653829(Online) |
| Abstract | ปัจจุบันนักข่าวพลเมืองตลอดจนผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นสังคมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันสังคมไทยยังได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลกันมากยิ่งขึ้น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยมาตรา 4(3) ได้ยกเว้นไม่บังคับใช้กับการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลเพื่อกิจการสื่อมวลชน อย่างไรก็ตามอาจเกิดความไม่แน่นอนในการปรับใช้ข้อยกเว้นดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีปัญหาว่าข้อยกเว้นกิจการสื่อมวลชนตามมาตรา 4(3) สามารถปรับใช้กับนักข่าวพลเมืองและผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไปได้หรือไม่ บทความนี้จึงได้ทำการศึกษาความหมายและขอบเขตของกิจกรรมสื่อมวลชนที่สามารถปรับเข้าข้อยกเว้นกิจการสื่อมวลชนตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแห่งสหภาพยุโรป (EU General Data Protection Regulation) เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า ข้อยกเว้นกิจการสื่อมวลชนในสหภาพยุโรปได้ถูกตีความอย่างกว้างขวางและสามารถปรับใช้กับบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้เป็นสื่อโดยอาชีพได้หากบุคคลดังกล่าวได้กระทำกิจการสื่อมวลชน อย่างไรก็ดีการตีความขอบเขตของกิจการสื่อมวลชนยังมีความไม่ชัดเจนบางประการ ในการนี้ผู้เขียนได้เสนอว่ากิจกรรมของบุคคลธรรมดาที่จะเข้าข้อยกเว้นกิจการสื่อมวลชนได้ต้องเข้าองค์ประกอบสำคัญสองประการ หนึ่ง เป็นกิจกรรมที่มีเจตนาและสามารถสื่อสารต่อสาธารณะได้ในวงกว้าง สอง เป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างแท้จริงโดยต้องมีน้ำหนักมากกว่าความจำเป็นในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ประเภทข้อความหรือข้อมูล คือ ตัวแปรสำคัญในการชั่งน้ำหนักระหว่างการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น |