|
ข้อพิจารณาเบื้องต้นของทฤษฎีความรับผิดภายใต้กฎหมายไทย กรณีความเสียหายจากการใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน Preliminary Analysis of Liability Theories under Thai Law for Damage Arising from Carbon Capture and Storage (CCS) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุชานัน หรรษอุดม |
| Title | ข้อพิจารณาเบื้องต้นของทฤษฎีความรับผิดภายใต้กฎหมายไทย กรณีความเสียหายจากการใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน Preliminary Analysis of Liability Theories under Thai Law for Damage Arising from Carbon Capture and Storage (CCS) |
| Publisher | คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Publication Year | 2561 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 33-54 |
| Keyword | เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคาร์บอนไดออกไซด์ ความรับผิด, Carbon Capture and Storage, CCS, Climate Change, Carbon Dioxide, Liability |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/index |
| Website title | https://www.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/article/view/126318/117842 |
| ISSN | 1906425X (Print), 24653829(Online) |
| Abstract | เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage (CCS))เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันโลกกำลังประสบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จึงทำให้เทคโนโลยี CCSถูกยกขึ้นมาใช้ในหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น นอกจากนี้ ในบางประเทศยังมีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะที่ใช้ในการควบคุมกระบวนการการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ได้แก่ กฎหมายของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (EU CCS Directive) เป็นต้น ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตและถูกนำมาใช้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการใช้เทคโนโลยี CCS จะก่อให้เกิดประโยชน์ในการช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ เทคโนโลยี CCS ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ทั้งนี้ เนื่องจากในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่บัญญัติเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี CCS ดังนั้น บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการพิจารณาทฤษฎีความรับผิดเบื้องต้นในประเทศไทยว่า หากมีการนำเทคโนโลยี CCS มาใช้ในประเทศไทยและเกิดความเสียหายขึ้น กฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถปรับใช้เพื่อพิจารณาความรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ โดยจากการพิจารณาแล้วพบว่า กฎหมายบางบทสามารถนำมาปรับใช้ได้ ได้แก่ มาตรา 420 ความรับผิดว่าด้วยละเมิด มาตรา 1337 ความรับผิดอันเกิดจากเหตุเดือดร้อนรำคาญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับความเสียหายอันเกิดจากมลพิษ และกรณีก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติตามมาตรา 96 และมาตรา 97 ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ตามลำดับ และกฎหมายบางฉบับที่ไม่น่าจะนำมาปรับใช้ได้ ได้แก่มาตรา 437 ความเสียหายที่เกิดจากทรัพย์อันตราย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงการตั้งประเด็นเพื่อวิเคราะห์ข้อกฎหมายในเบื้องต้นเพื่อรองรับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น ในอนาคตอาจมีการตีความที่แตกต่างจากนี้ก็เป็นได้ |