|
ความเป็นไปได้และการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ภาคผนวกที่ 6 ว่าด้วยกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการป้องกันมลพิษทางอากาศจากเรือ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | โชติกา วิทยาวรากุล |
| Title | ความเป็นไปได้และการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ภาคผนวกที่ 6 ว่าด้วยกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการป้องกันมลพิษทางอากาศจากเรือ |
| Publisher | คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 129-151 |
| Keyword | มลพิษทางทะเล, มลพิษทางอากาศจากเรือ, อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ, องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ |
| ISSN | 1906425X |
| Abstract | บทคัดย่องานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพันธกรณีของประเทศภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ภาคผนวกที่ 6 ว่าด้วยกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการป้องกันมลพิษทางอากาศจากเรือ (International Convention for the Prevention of Pollution from Ships 1973 as modified by the Protocol of 1978 (MARPOL 73/78) Annex VI Regulations for the Prevention of Air Pollution from Ships) ซึ่งจัดทำขึ้นในกรอบขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organisation: IMO) เพื่อวิเคราะห์ผลดีและผลเสียที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีภาคผนวกดังกล่าว และประเมินความเป็นไปได้ของประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นภาคี อีกทั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาดังกล่าวต่อไป ผลจากการวิจัยได้ข้อสรุปว่า การเข้าร่วมเป็นภาคีภาคผนวกที่ 6 ของอนุสัญญา MARPOL 73/78 มีผลดีต่อประเทศไทยหลายประการด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ทำให้ประเทศไทยต้องออกกฎหมายภายในและแนวปฏิบัติที่ได้มาตรฐานตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศกำหนด และทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีฐานทางกฎหมายรองรับการปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การเข้าร่วมเป็นภาคีภาคผนวกดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อประเทศไทยบางประการ เนื่องมาจากความยุ่งยากในการปรับปรุงหรือออกกฎหมายภายในเพื่ออนุวัติการ นอกจากนี้ การเข้าเป็นภาคีก่อให้เกิดภาระแก่หน่วยงานของรัฐทั้งในด้านการตระเตรียมบุคลากรและงบประมาณ และก่อภาระแก่ภาคเอกชนในหลายด้าน คณะผู้วิจัยมีความเห็นว่า ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะเข้าเป็นภาคีภาคผนวกที่ 6 ของอนุสัญญา MARPOL 78/79 จึงควรชะลอการเข้าเป็นภาคีไปก่อน และดำเนินการปรับปรุงกฎหมายภายในตามแนวทางของกฎข้อบังคับของภาคผนวกที่ 6 เพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีในอนาคตAbstractThe purpose of this research is to study obligations of the State parties to the International Convention for the Prevention of Pollution from Ships (MARPOL 73/78) Annex VI Regulations for the Prevention of Air Pollution from Ships, concluded under the framework of the International Maritime Organisation (IMO), in order to analyse advantages and disadvantages if Thailand becomes a party to that Annex. In addition, the research aims at assessing the possibility of Thailand's accession to Annex VI and proposing the steps to be taken for preparing the country to accede to such Annex. It is concluded that there are many advantages from being a party to MARPOL 73/78, Annex VI. For instance, it would help improving domestic laws and officials' practice to meet an international standard stipulated by the IMO. Government officers would have legal bases for their regulatory action. However, there are some disadvantages arising from the difficulty in the legislative procedure to implement Annex VI. Moreover, the implementation would require more competent government officers and budgets. It would also be burdensome for private sectors to adapt their business practice to comply with the new laws. Therefore, the research team suggests that although becoming a party to Annex VI of MARPOL 73/78 benefits the country in various ways, Thailand is not ready to take such step. It should delay the accession and instead implements measures, including improving domestic laws, to prepare the country for the accession in future. |