|
การบริหารจัดการที่ดินสาธารณะประโยชน์แบบมีส่วนร่วมตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สิริพัฒถ์ ลาภจิตร |
| Title | การบริหารจัดการที่ดินสาธารณะประโยชน์แบบมีส่วนร่วมตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ |
| Contributor | จิรายุ ทรพย์สิน, วันชัย สุขตาม |
| Publisher | สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารชุมชนวิจัยและพัฒนาสังคม |
| Journal Vol. | 18 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 501-520 |
| Keyword | กลไกการบริหารจัดการ, ที่ดินสาธารณประโยชน์, การบริหารความร่วมมือ, ศักยภาพชุมชน |
| URL Website | https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NRRU/issue/archive |
| Website title | https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NRRU/ |
| ISSN | 3027-7505 |
| Abstract | ที่มาและวัตถุประสงค์การวิจัย: การจัดการที่ดินของรัฐซึ่งถูกจัดสรรเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจกลไกด้วยความมั่นใจว่าสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ นำมาสู่การวิจัยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยความสำเร็จ 2) พัฒนาศักยภาพชุมชน และ 3) สร้างชุมชนนวัตกรรมต้นแบบ ภายในพื้นที่ดินสาธารณประโยชน์ซึ่งใช้เป็นแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ รวม 6.50 ไร่ ระเบียบวิธีวิจัย (วิธีดำเนินการวิจัย): ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กำหนดกลุ่มผู้ให้ข้อมูลด้วยวิธีคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง คือ กลุ่มการสัมภาษณ์และประชุมระดมสมอง 15 คน กลุ่มผลิตพืชหลัก 5 ชนิด กลุ่มการสัมภาษณ์ปัจจัย 25 คน กลุ่มพัฒนาบุคคลต้นแบบ 30 คน สำหรับกลุ่มตัวอย่างคำนวณได้จากตารางสำเร็จรูป 378 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์และสำรวจ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ ที่มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC=0.82, 0.812, 0.91) ในการเก็บรวบข้อมูล 5 ระยะ (ศึกษาข้อมูล ศึกษาปัจจัยความสำเร็จ คัดเลือกพืชหลักเพื่อการผลิต พัฒนาศักยภาพชุมชน และสร้างชุมชนนวัตกรรมต้นแบบ) ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสำรวจการบริหารจัดการ การประชุมระดมสมองและจัดกิจกรรม ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาแบบเปรียบเทียบเพื่อสร้างข้อสรุปเชิงอุปนัย และใช้สถิติเชิงพรรณนาหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย: 1) ปัจจัยความสำเร็จในการบริหารจัดการที่สาธารณะประโยชน์แบบมีส่วนร่วม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (Mean=4.44, S.D.=0.67) โดยการปลูกพืชผักอินทรีย์เพื่อส่งเสริมการผลิตและการตลาดที่ได้จากมติการประชุม 5 ชนิด คือ ผักบุ้ง ต้นหอม กวางตุ้ง ขึ้นฉ่าย และ ผักสลัด 2) การพัฒนาศักยภาพชุมชน 3 ขั้นตอน คือ (1) ร่วมกันมองเป้าหมาย (2) กำหนดโครงสร้างและกลไก (3) ร่วมทำโครงการเพื่อดำเนินกิจกรรม คือ จัดสรรพื้นที่, ปฏิทินเพาะปลูก, ทำปุ๋ยแหนแดง, การจัดการน้ำ, พัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การตลาดออนไลน์และจัดส่งทุกพื้นที่, จัดระบบการเงินและบัญชี และ 3) การสร้างชุมชนนวัตกรรมต้นแบบ 6 ประการ คือ (1) บริหารทิศทาง (2) พัฒนาศักยภาพ (3) บริหารกลุ่ม (4) จัดการความรู้และข้อมูล (5) จัดการผลผลิต สินค้า ตลาด และบริการ (6) ติดตาม ควบคุม ปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม อภิปรายผล: ความร่วมมือจากทุกฝ่ายและเครือข่ายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาชุมชน ทั้งการเสริมสร้างเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะการวางแผน การแก้ไขปัญหา นำไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบนวัตกรรมที่ส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจและสังคมในการบริหารจัดการที่ดินสาธารณะ ข้อเสนอแนะ: ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การสร้างช่องทางสื่อสารที่โปร่งใส เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างอิสระ พร้อมกับการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ด้านกฎหมายที่ดินและการบริหารทรัพยากร เพื่อเสริมความเข้าใจในสิทธิและหน้าที่การจัดการที่ดินสาธารณะร่วมกัน |