|
ประสิทธิผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์วิชากฎหมายแรงงานสำหรับนักศึกษาอาชีวศึกษา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | บุญเลิศ โพธิ์ขำ |
| Title | ประสิทธิผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์วิชากฎหมายแรงงานสำหรับนักศึกษาอาชีวศึกษา |
| Contributor | พิจิตรา ธงพานิช, นิราศ จันทรจิตร |
| Publisher | งานวารสาร มหาวิทยาลัยนครพนม |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม |
| Journal Vol. | 14 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 293-306 |
| Keyword | รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแบบจำลอง, การเสริมสร้างความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์, ความสามารถการให้เหตุผล, คุณลักษณะอันพึงประสงค์, วิชากฎหมายแรงงาน |
| URL Website | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/npuj |
| Website title | เว็บไซต์ระบบฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์กลางของประเทศไทย |
| ISSN | 2651-2459 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเสริมสร้างความสามารถการให้เหตุผล และคุณลักษณะที่พึงประสงค์วิชากฎหมายแรงงานต่อความสามารถด้านการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา ประชากรได้แก่ นักศึกษาชั้น ปวช.2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยนครพนม จำนวน 36 คน มีพื้นฐานประสบการณ์และบริบทจัดการเรียนรู้ใกล้เคียงกัน กลุ่มตัวอย่างถูกสุ่มอิสระ แบบกลุ่ม 2 ห้องเรียน ได้แก่ นักศึกษาระดับชั้น ปวช.2 ห้องที่ 1 จำนวน 20 คน ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบเสริมสร้างความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์วิชากฎหมายแรงงานและห้องที่ 2 จำนวน 20 คน เป็นกลุ่มควบคุมได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ เครื่องมือวิจัยได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์วิชากฎหมายแรงงานมีค่าดัชนีความตรง 0.78 และข้อสอบประเมินความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์วิชากฎหมายแรงงาน อำนาจจำแนก 0.5-0.83 ดัชนีความตรง 0.65-0.85 และความเที่ยง ระหว่าง 0.75-0.82 ดำเนินการวิจัยระหว่าง พฤษภาคม-ตุลาคม 2566 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาด้วยจำนวนร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยด้วยสถิติ Independent t-test, Dependent t-test, Oneway MANOVA และ Univariate test มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยด้านความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์หลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนจากคะแนนเต็ม 45 คะแนน เท่ากับ 20.7 และหลังเรียน 38.9 คะแนนตามลำดับ คะแนนเฉลี่ยคุณลักษณะที่พึงประสงค์จากคะแนนเต็ม 80 คะแนน เท่ากับ 42.8 และ 74.9 คะแนนตามลำดับ และ 2) กลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์หลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบแบบสืบเสาะหาความรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถการให้เหตุผลเท่ากับ 42.8 และ 29.0 คะแนนตามลำดับและคะแนนเฉลี่ยคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์เฉลี่ยเท่ากับ 74.9 และ 54.5 ตามลำดับ สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้ตามจัดการเรียนรู้เสริมสร้างความสามารถ การให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์วิชากฎหมายแรงงานสามารถเสริมสร้างความสามารถการให้เหตุผลและคุณลักษณะที่พึงประสงค์วิชากฎหมายแรงงานในนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาได้ ควรนำไปปรับใช้เป็นทางเลือกและขยายผลเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ด้านดังกล่าวในวิชากฎหมายแรงงานให้สำเร็จยิ่งขึ้น |