|
การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง แนวคิดเชิงคำนวณ ตามแนวทาง SEASES Model เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุดารัตน์ วงศ์ยศ |
| Title | การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง แนวคิดเชิงคำนวณ ตามแนวทาง SEASES Model เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 |
| Publisher | งานวารสาร มหาวิทยาลัยนครพนม |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม |
| Journal Vol. | 13 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 177-188 |
| Keyword | ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง, SEASES Model, ทักษะการแก้ปัญหา, แนวคิดเชิงคำนวณ, ปัญหาเป็นฐาน |
| URL Website | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/npuj |
| Website title | เว็บไซต์ระบบฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์กลางของประเทศไทย |
| ISSN | 2651-2459 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง แนวคิดเชิงคำนวณ ตามแนวทาง SEASES Model เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/4 โรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า จังหวัดเชียงราย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 40 คน โดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅=4.93) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅=4.96) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 แบบวัดทักษะการแก้ปัญหาค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และสถิติทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีค่าประสิทธิภาพ 84.21/85.06 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการแก้ปัญหาหลังเรียน สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่กำหนด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ 82.81 และทักษะการแก้ปัญหา ร้อยละ 85.06 และความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅=4.51, S.D.=0.53) ส่งผลให้ได้ชุดกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพ ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนให้มีสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 |