|
การสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า และความจงรักภักดีของผู้รับบริการโรงพยาบาลเอกชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุดารัช แพงวาปี |
| Title | การสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้า และความจงรักภักดีของผู้รับบริการโรงพยาบาลเอกชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประเทศไทย |
| Contributor | รชต สวนสวัสดิ์ |
| Publisher | คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี |
| Journal Vol. | 4 |
| Journal No. | 6 |
| Page no. | 63-79 |
| Keyword | การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ, คุณค่าตราสินค้า, ความจงรักภักดี, โรงพยาบาลเอกชน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 |
| URL Website | https://ms.udru.ac.th/msjournals/ |
| Website title | MSUDRU Journal |
| ISSN | 2697-5300 |
| Abstract | การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้าของโรงพยาบาลเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และ 2) ศึกษาการสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีของผู้รับบริการโรงพยาบาลเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากร ได้แก่ ผู้รับบริการของโรงพยาบาลเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย 5 จังหวัด คือ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดบึงกาฬ มีโรงพยาบาลเอกชน รวม 7 แห่ง (กรณีไม่ทราบจำนวนประชากรที่แท้จริง) มีการทดสอบแบบสอบถามจำนวน 30 ตัวอย่าง จากนั้นทำการคำนวณหาค่า Partial เพื่อนำไปประมาณค่ากลุ่มตัวอย่าง โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป G*Power ได้จำนวน 160 ตัวอย่าง และเลือกวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi - stage sampling method) ซึ่งได้ดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกกลุ่มตัวอย่าง คือ ขั้นตอนที่ 1 ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย โดยเลือกวิธีการจับฉลาก ซึ่งได้ตัวอย่างจาก 3 โรงพยาบาล ประกอบด้วย โรงพยาบาลเอกอุดร โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร และโรงพยาบาลเมืองเลยราม ขั้นตอนที่ 2 ใช้วิธีการสุ่มแบบโควตา โดยการแจกแบบสอบถามให้กับผู้รับบริการของโรงพยาบาล ประกอบด้วย โรงพยาบาลเอกอุดร จำนวน 60 คน โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร จำนวน 50 คน และโรงพยาบาลเมืองเลยราม จำนวน 50 คน จนได้ตัวอย่างครบตามที่คำนวณได้ เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถาม และนำไปตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือได้ค่า IOC เท่ากับ 0.984 มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.934 สามารถนำแบบสอบถามไปเก็บข้อมูลได้ สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้รับบริการที่ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานงานวิจัยใช้การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เพื่อวิเคราะห์การสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการที่ส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้าและความจงรักภักดี การทดสอบสมมติฐานโดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นหญิง ร้อยละ 60.62 มีอายุตั้งแต่ 21 40 ปี จำนวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 49.37 อาชีพส่วนใหญ่เป็นลูกจ้าง/พนักงานบริษัท ร้อยละ 51.25 มีช่วงรายได้ ตั้งแต่ 10,001 30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.25 และส่วนใหญ่ใช้สิทธิประกันชีวิต คิดเป็นร้อยละ 46.25 และผลการทดสอบสมมติฐาน มีดังนี้ 1) ปัจจัยการสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการด้านการขาย โดยบุคคลและด้านการประชาสัมพันธ์ส่งผลทางบวกต่อคุณค่าตราสินค้าของผู้รับบริการโรงพยาบาลเอกชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ร้อยละ 53.30 (R^2 เท่ากับ 0.533) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) ปัจจัยทางการตลาดแบบบูรณาการด้านการขายโดยบุคคล ด้านการส่งเสริมการขาย และด้านการประชาสัมพันธ์ส่งผลทางบวกต่อความจงรักภักดีของผู้รับบริการโรงพยาบาลเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ร้อยละ 60.30 (R^2 เท่ากับ 0.603) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 |