|
การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันคำนวณภาษีการค้าออนไลน์และปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้งาน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ยุภวดี ณัฐสิฐโสภณ |
| Title | การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันคำนวณภาษีการค้าออนไลน์และปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้งาน |
| Contributor | พัชราภรณ์ หงษ์สิบสอง, สุขสวรรค์ คำวงศ์ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยแม่โจ้ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารแม่โจ้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม |
| Journal Vol. | 12 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 318-339 |
| Keyword | การพัฒนาระบบสารสนเทศ, การค้าออนไลน์, ระบบคำนวณภาษี, เว็บแอปพลิเคชัน, ธุรกิจดิจิทัล |
| URL Website | https://mitij.mju.ac.th/ |
| Website title | วารสารแม่โจ้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม |
| ISSN | ISSN 3027-7280 (Online) |
| Abstract | งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันคำนวณภาษีการค้าออนไลน์และปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้งาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบและพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับระบบคำนวณภาษีการค้าออนไลน์ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร 2) ประเมินประสิทธิภาพของเว็บแอปพลิเคชันสำหรับคำนวณภาษีการค้าออนไลน์ 3) ศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ประกอบการออนไลน์ที่มีต่อการใช้งานเว็บแอปพลิเคชัน และ 4) ศึกษาปัจจัยคุณภาพของระบบสารสนเทศที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้งาน เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา ในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชันตามกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้งาน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี การประเมินประสิทธิภาพโดยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศ และการประเมินความพึงพอใจในการใช้งานระบบจากผู้ประกอบการออนไลน์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณผลการวิจัยพบว่า 1) เว็บแอปพลิเคชันสำหรับระบบคำนวณภาษีการค้าออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้คำนวณภาษีการค้าออนไลน์ได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร 2) ผลการประเมินประสิทธิภาพเว็บแอปพลิเคชันจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศอยู่ในระดับดีมาก (M=4.58) ระบบมีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพในการทำงานตามฟังก์ชันงาน 3) ผู้ประกอบการออนไลน์มีความพึงพอใจต่อการใช้งานเว็บแอปพลิเคชันในระดับดีมาก (M = 4.65) ด้านความสามารถในการปรับตัว และด้านความง่ายในการใช้งานมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M = 4.69) และ 4) ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยคุณภาพของระบบสารสนเทศทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูล ความปลอดภัย การรองรับการทำงานร่วมกัน ความสามารถในการปรับตัว และความง่ายในการใช้งาน มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความพึงพอใจของผู้ใช้งานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของความพึงพอใจได้ในระดับปานกลาง (R² = 0.243) |