|
สิทธิของปัจเจกชนและสิทธิของชุมชนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก และแม่น้ำสาย (รวมทั้งแม่น้ำรวก) สำหรับการเรียกร้องความยุติธรรมทางด้านสิ่งแวดล้อม: ศึกษาความเป็นไปได้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีมลพิษข้ามพรมแดน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชูเกียรติ น้อยฉิม |
| Title | สิทธิของปัจเจกชนและสิทธิของชุมชนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก และแม่น้ำสาย (รวมทั้งแม่น้ำรวก) สำหรับการเรียกร้องความยุติธรรมทางด้านสิ่งแวดล้อม: ศึกษาความเป็นไปได้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีมลพิษข้ามพรมแดน |
| Contributor | พรนภัส สุวลักษณ์ วอห์น |
| Publisher | สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 286-327 |
| Keyword | สิทธิของปัจเจกชน, สิทธิของชุมชน, มลพิษข้ามพรมแดน, การฟ้องคดีสิ่งแวดล้อม |
| URL Website | https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MFULJ/ |
| Website title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| ISSN | 2774-020X |
| Abstract | งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาขอบเขตสิทธิของปัจเจกชนและชุมชนในประเทศไทยบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ในการเรียกร้องความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้กฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ และ (2) วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการใช้กลไกทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการฟ้องคดีมลพิษข้ามพรมแดนจากกิจกรรมของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือภาคเอกชนในต่างประเทศที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย อันเนื่องมาจากปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนัก เช่น สารหนู ในลุ่มน้ำดังกล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2567 ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ผลการวิจัยพบว่า ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนมิได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีและสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ ตลอดจนสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านน้ำ สุขภาพ และความยุติธรรม อย่างไรก็ดี ยังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ การหลีกเลี่ยงความรับผิดของรัฐต้นน้ำ ข้อจำกัดของกลไกระหว่างประเทศและภูมิภาค และปัญหาด้านเขตอำนาจศาล การระบุจำเลย การรวบรวมพยานหลักฐาน และการบังคับคดีเมื่อจำเลยหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ ดังนั้น ผู้วิจัยเสนอว่า ควรใช้กลไกทางกฎหมายภายในประเทศเพื่อรองรับการฟ้องคดีในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย โดยอาศัยฐานอำนาจศาลตามมาตรา 4 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ควบคู่กับการออกแบบภาระการพิสูจน์และคำขอท้ายฟ้องให้เหมาะสมกับลักษณะของคดี นอกจากนี้ ควรนำการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ลดต้นทุนการดำเนินคดี และเพิ่มประสิทธิภาพในการเยียวยาความเสียหายโดยรวม |