|
ประเทศไทยกับความเป็นไปได้ที่จะเข้าร่วมอนุสัญญาว่าด้วยการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศในคดีแพ่งและพาณิชย์ ค.ศ. 2019 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชญานิศ วิชชุประภา |
| Title | ประเทศไทยกับความเป็นไปได้ที่จะเข้าร่วมอนุสัญญาว่าด้วยการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศในคดีแพ่งและพาณิชย์ ค.ศ. 2019 |
| Publisher | สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Journal Vol. | 6 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 185-228 |
| Keyword | การรับรองและบังคับตาม, คำพิพากษาศาลต่างประเทศ, คดีแพ่งและพาณิชย์ |
| URL Website | https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MFULJ |
| Website title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| ISSN | 2774-020X |
| Abstract | ประเทศไทยในปัจจุบันนี้ ไม่ได้มีความตกลงระหว่างประเทศกับประเทศใดว่าด้วยการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศในคดีแพ่งและพาณิชย์โดยเฉพาะ ตลอดจนไม่ปรากฏกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้น เมื่อมีการร้องขอให้ศาลไทยรับรองหรือบังคับตามคำพิพากษาของศาลประเทศอื่น ในปัจจุบันทางปฏิบัติจึงยังคงไม่มีความชัดเจนแน่นอน ซึ่งความคลุมเครือต่อหลักการดังกล่าวนี้ในประเทศไทยมีมาอย่างยาวนาน และเป็นที่มาของการตั้งประเด็นปัญหาของบทความนี้ในปี ค.ศ. 2019 ที่ประชุมแห่งกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล (HCCH) ได้มีการจัดทำอนุสัญญาฉบับใหม่ว่าด้วยหลักการดังกล่าว เรียกกันว่า “2019 Hague Judgments Convention” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากนานาชาติ แม้ว่าจะยังไม่มีผลบังคับใช้และยังไม่มีประเทศใดเข้าเป็นรัฐภาคี บทความนี้จึงมีความมุ่งหมายทำการวิเคราะห์เนื้อหาของอนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. 2019 นี้ ควบคู่ไปกับการศึกษากฎหมายภายในที่มีอยู่ของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน เป็นที่ชัดเจนว่าประเทศไทยไม่ได้มีความตกลงระหว่างประเทศกับประเทศใด และไม่มีกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องกับการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศในคดีแพ่งและพาณิชย์โดยตรงเลย มีเพียงคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องบางฉบับเท่านั้นกล่าวโดยสรุปแล้ว ผลการศึกษาเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ประเทศไทยควรมีกฎหมายภายในว่าด้วยการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเข้าร่วมในอนุสัญญาฉบับนี้ หรือฉบับอื่นที่เกี่ยวข้องในอนาคตหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีความพร้อมที่มากพอในการเข้าร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยการรับรองและการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลต่างประเทศในคดีแพ่งและพาณิชย์ ค.ศ. 2019 แต่ประเทศไทยควรที่จะพัฒนากฎหมายที่เหมาะสมขึ้นมาเป็นของตนเองเสียก่อน โดยอาจดูต้นแบบจากกฎหมายของประเทศอื่น หรือดึงเอาส่วนดีของอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้ หรืออาจสร้างนวัตกรรมทางกฎหมายใหม่ขึ้นมาเองก็ได้ เพื่อที่จะได้มีกฎหมายภายในที่เป็นลายลักษณ์อักษร ชัดเจน เป็นระบบ และคุ้มครองประโยชน์ของคนไทยอย่างแท้จริง ก่อนที่จะมีการตัดสินใจเข้าร่วมในความตกลงระหว่างประเทศไม่ว่าฉบับใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศในคดีแพ่งและพาณิชย์ |