การตีความเอกสาร
รหัสดีโอไอ
Creator อรุณี วสันตยานันท์
Title การตีความเอกสาร
Publisher สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Publication Year 2566
Journal Title วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Journal Vol. 6
Journal No. 1
Page no. 61-109
Keyword การตีความการแสดงเจตนา, การตีความเอกสารสัญญา
URL Website https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MFULJ
Website title วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ISSN 2774-020X
Abstract บทความนี้เน้นศึกษาเรื่องการตีความเอกสารตามมาตรา 10 ถึงมาตรา 14 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ภายใต้บทบัญญัติอันเกี่ยวด้วยการตีความการแสดงเจตนาในมาตรา 171 เพื่อพิจารณาแนวทางในการตีความนิติกรรมซึ่งมีเอกสารเป็นหลักฐาน ทั้งกรณีที่เจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีไม่ต้องตรงกัน หรือไม่สามารถค้นหาเจตนาที่แท้จริงของผู้ทำนิติกรรม และกรณีที่ข้อตกลงซึ่งปรากฏในเอกสารมีความชัดเจน หรือสามารถสื่อถึงเจตนาของผู้ทำนิติกรรมแล้ว รวมถึงกรณีที่ไม่ปรากฏเอกสารซึ่งเป็นหลักฐานแห่งการทำนิติกรรมด้วย นอกจากนี้จะได้ศึกษาประเด็นปัญหาเกี่ยวกับถ้อยคำหรือข้อความตามบทบัญญัติ เพื่อค้นหาเจตนารมณ์ของกฎหมายและแนวทางในการปรับใช้ตามคำพิพากษา และจะได้ศึกษาบทบัญญัติ หรือหลักกฎหมายที่มีความคล้ายคลึงกับหลักการตามบทบัญญัติดังกล่าวในกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ กฎหมายอังกฤษและกฎหมายฝรั่งเศส กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายแม่แบบ (Model Law) และกฎต้นแบบ (Model Rules) ได้แก่ กฎหมายการค้าแห่งยุโรป (Common European Sales Law) หรือประมวลว่าด้วยหลักเกี่ยวกับสัญญาทางการค้าระหว่างประเทศ (Principles of International Commercial Contracts) หรือกฎต้นแบบว่าด้วยกฎหมายเอกชนของยุโรป (Draft Common Frame of Reference)จากการศึกษาหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตีความเอกสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย กรณีข้อความตามเอกสารชัดแจ้งย่อมไม่จำต้องตีความ อย่างไรก็ตามยังมีข้อถกเถียงในประเด็นดังกล่าวอยู่ ต่อมาในกรณีที่ข้อความตามเอกสารไม่ชัดเจน เนื่องจากเจตนาที่แท้จริงไม่ต้องตรงกันหรือไม่สามารถค้นหาเจตนาที่แท้จริงได้ ต้องพิจารณาข้อความที่ปรากฏตามเอกสารซึ่งเป็นหลักฐานแห่งการทำนิติกรรม เพื่อค้นหาเจตนาของผู้เข้าทำเอกสาร ตามมาตรา 171 โดยเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร กรณีที่ไม่สามารถกำหนดเจตนาแท้จริงหรือเจตนาร่วมกันได้ ย่อมนำมาตรา 10 ถึงมาตรา 14 มาพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ จากการศึกษาคำพิพากษาของศาลปรากฏแนวทางในการตีความ กรณีมีเอกสารเป็นหลักฐานในการทำนิติกรรม นอกเหนือจากการพิจารณาตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังปรากฏหลักการอื่น ๆ ที่ศาลนำมาวินิจฉัยด้วย ได้แก่ หลักการพิจารณาพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง และหลักการพิจารณาหรือตีความเอกสารในภาพรวมในส่วนของหลักการตีความสัญญาในกฎหมายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายแม่แบบ และกฎต้นแบบ แม้ไม่ปรากฏหลักการตีความเอกสารอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับกฎหมายไทย แต่จากการศึกษาพบว่า ในบทบัญญัติอันเกี่ยวด้วยการตีความสัญญา ต่างมีบทบัญญัติที่คล้ายคลึงกับมาตรา 10 ถึงมาตรา 14 เช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจำแนกได้เป็น 4 หลักการ ได้แก่ หลักการตีความไปในทางที่มีผลบังคับได้ (Terms to Be Given Effect) หลักตีความเป็นคุณแก่ผู้ต้องเสียในมูลหนี้ (Interpretation Against the Supplier of Term) หลักความแตกต่างของภาษา (Linguistic Discrepancies) และหลักอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การระบุจำนวนเงินหรือปริมาณเป็นตัวเลขและตัวอักษร การพิจารณาพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง (Surrounding Circumstances) รวมถึงการพิจารณาหรือตีความเอกสารในภาพรวม (Interpretation as a Whole) เป็นต้นโดยผู้เขียนได้เสนอแนวทางในการตีความเอกสารทั้งสิ้น 5 ประการ ซึ่งเป็นข้อเสนอในการใช้และตีความเอกสารตามบทบัญญัติในปัจจุบัน และเสนอแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายต่างประเทศ และส่งเสริมแนวทางการตีความเอกสารให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
School of Law-Mae Fah Luang University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ