|
การพิจารณาคดีสัญญาทางปกครองตามกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีนเปรียบเทียบกับประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สมคิด บุญล้นเหลือ |
| Title | การพิจารณาคดีสัญญาทางปกครองตามกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีนเปรียบเทียบกับประเทศไทย |
| Publisher | สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Journal Vol. | 5 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 125-156 |
| Keyword | สัญญาทางปกครอง, การพิจารณาคดีปกครอง, ศาลประชาชนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, ศาลปกครองไทย |
| URL Website | https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MFULJ/ |
| Website title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| ISSN | 2774-020X |
| Abstract | คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองเป็นคดีที่มีสถิติการฟ้องคดีต่อศาลปกครองไทยมากเป็นอันดับสองรองจากคดีปกครองที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ล่าสุดศาลประชาชนสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกข้อบัญญัติว่าด้วยประเด็นการพิจารณาคดีสัญญาทางปกครอง ค.ศ. 2019 (Provisions of the Supreme People’s Court on the Trial of Certain Issues in Cases of Administrative Agreements (2019)) เพื่อใช้เป็นหลักในการตีความของศาลในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองของจีน โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป จึงเป็นที่มาของวัตถุประสงค์ของบทความเพื่อศึกษาเชิงกฎหมายเปรียบเทียบเกี่ยวกับการพิจารณาคดีสัญญาทางปกครองตามกฎหมายของจีนและของไทยภายใต้กฎหมาย กฎระเบียบ และแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องจากการศึกษาสรุปได้ว่า การพิจารณาคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองของทั้งสองประเทศมีข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบ 6 ประการ กล่าวคือ (1) คู่กรณีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ทั้งสองประเทศมีส่วนที่บัญญัติเหมือนกันคือต้องมีคู่กรณีฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่ของจีนผู้ฟ้องคดีต้องเป็นฝ่ายเอกชนและผู้ถูกฟ้องคดีเป็นฝ่ายรัฐ ในขณะที่ของไทยกำหนดเพียงคู่กรณีฝ่ายหนึ่งต้องเป็นฝ่ายรัฐ (2) ลักษณะของสัญญาทางปกครอง ทั้งสองประเทศมีการกำหนดสัญญาทางปกครองที่มีลักษณะชัดเจนโดยกฎหมายบัญญัติ เช่น สัญญาสัมปทาน สัญญาเกี่ยวกับการให้สิทธิหรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น และเปิดกว้างในการกำหนดสัญญาทางปกครองในลักษณะอื่นโดยสภาพหรือโดยการตีความของศาล (3) การโต้แย้งอำนาจศาลในการพิจารณาคดีสัญญาทางปกครองและระดับชั้นศาล ในประเด็นอำนาจศาลมีความแตกต่างกันเนื่องจากจีนเป็นระบบศาลเดี่ยวโดยศาลประชาชน ในขณะที่ไทยเป็นระบบศาลคู่ที่สัญญาทางปกครองอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศใช้ระบบพิจารณาคดีแบบสองศาลเหมือนกันโดยจีนเริ่มต้นคดีที่ระดับศาลชั้นต้นและถึงที่สุดที่ศาลระดับชั้นที่สองหรือเทียบเท่าชั้นอุทธรณ์ ในขณะที่ของไทยเริ่มต้นที่ศาลปกครองชั้นต้นโดยสามารถอุทธรณ์และคดีถึงที่สุดที่ชั้นศาลปกครองสูงสุด (4) เหตุแห่งการฟ้องคดี กรณีของจีนมีการระบุเหตุแห่งการฟ้องคดีสัญญาทางปกครองไว้ 3 เหตุตามที่บัญญัติไว้ในข้อกฎหมาย ในขณะที่ของไทยระบุเหตุแห่งการฟ้องคดีในกรณีที่เกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง (5) ระยะเวลาการฟ้องคดี มีการกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีไว้แตกต่างกันโดยจีนใช้ระยะเวลาการฟ้องคดีเช่นเดียวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครองทั่วไป ในขณะที่ของไทยมีการกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีสัญญาทางปกครองไว้เป็นการเฉพาะ และ (6) ระบบวิธีพิจารณาคดีสัญญาทางปกครองของศาล โดยศาลประชาชนจีนใช้ระบบกล่าวหาเหมือนคดีทั่วไปในขณะที่ศาลปกครองไทยเป็นระบบไต่สวน ทั้งนี้ ศาลทั้งสองประเทศเป็นการดำเนินคดีโดยองค์คณะเช่นเดียวกัน และศาลประชาชนจีนเปิดโอกาสให้มีผู้พิพากษาสมทบร่วมเป็นองค์คณะตัดสินคดี ในขณะที่ศาลปกครองไทยจะมีตุลาการผู้แถลงคดีเพื่อถ่วงดุลการใช้อำนาจขององค์คณะ |