|
กลวิธีการแปลคำว่า “ต้อง” เป็นภาษาญี่ปุ่นและการแปล なければならない เป็นภาษาไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กรรณิกา จิตรโสภา |
| Title | กลวิธีการแปลคำว่า “ต้อง” เป็นภาษาญี่ปุ่นและการแปล なければならない เป็นภาษาไทย |
| Contributor | เตวิช เสวตไอยาราม |
| Publisher | คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 21 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 114-143 |
| Keyword | กลวิธีการแปล, ต้อง, なければならない, ความหมายเชิงอรรถศาสตร์และความหมายเชิงวัจนปฏิบัติศาสตร์ |
| URL Website | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/liberalarts/ |
| Website title | วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| ISSN | 2672-9814 |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการแปล “ต้อง” และ なければならない ผ่านนวนิยายแปลไทย-ญี่ปุ่นและญี่ปุ่น-ไทย จากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Nitta, 1991; Masuoka, 2007, พรทิพย์ ภัทรนาวิก, 2515; ไพทยา มีสัตย์, 2540) “ต้อง” และ なければならないประกอบด้วย 5 ความหมาย ได้แก่ (1) หน้าที่และความจำเป็น (2) ความเชื่อแน่และการคาดคะเน (3) การบังคับ ขอร้อง ห้าม แนะนำ ตักเตือน (4) การเป็นเช่นนั้นโดยธรรมชาติ หรือผลลัพธ์ และ (5) ความตั้งใจ ผู้วิจัยจำแนกความหมายของ “ต้อง” และ なければならない ตามกลวิธีการแปล 3 กลวิธี ได้แก่ (1) กลวิธีการแปลประจำรูป (หรือการแปลตรงตัว) (2) กลวิธีการแปลโดยใช้คำอื่น และ (3) การปรับบทแปล (การแปลด้วยรูปประโยคที่โครงสร้างไม่ตรงตามต้นฉบับหรือความหมายถูกปรับให้แตกต่างจากต้นฉบับ) ผลการวิจัยพบว่า “ต้อง” ในความหมายของ “หน้าที่และความจำเป็น” ถูกแปลด้วย “กลวิธีการแปลประจำรูป” มากที่สุดเนื่องจาก “หน้าที่และความจำเป็น” เป็น “ความหมายเชิงอรรถศาสตร์” ของทั้งสองคำ ส่วนอีก 4 ความหมาย พบ “กลวิธีการแปลโดยใช้คำอื่น” มากที่สุด (คำอื่นหมายถึงทัศนภาวะที่ไม่ใช่ なければならない และทัศนภาวะแบบไม่ปรากฏรูป) ปัจจัยที่สนับสนุนแนวโน้มนี้คือการที่ 4 ความหมายนี้เป็น “ความหมายเชิงวัจนปฏิบัติศาสตร์” จึงมีทัศนภาวะอื่นรองรับความหมายได้ชัดเจนกว่า ประกอบกับภาษาญี่ปุ่นมี “การพึ่งพาบริบท” มากกว่าภาษาไทยทำให้เมื่อภาษาญี่ปุ่นมีบริบทที่เอื้อต่อการสื่อความหมาย จะพบทัศนภาวะแบบไม่ปรากฏรูป ส่วนการแปล なければならない พบ “กลวิธีการแปลประจำรูป” มากที่สุดในทุกความหมาย คาดว่าเพราะสองคำมี “ความหมายหลัก” ตรงกันและภาษาไทยมี “ความหลากหลายของทัศนภาวะ” ไม่มากนัก |