|
แบบจำลองเอมไพริคัลสำหรับคำนวณรังสีรวมรายวันเฉลี่ยต่อเดือน จากข้อมูลอุตุนิยมวิทยาสำหรับประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | รุ่งรัตน์ วัดตาล |
| Title | แบบจำลองเอมไพริคัลสำหรับคำนวณรังสีรวมรายวันเฉลี่ยต่อเดือน จากข้อมูลอุตุนิยมวิทยาสำหรับประเทศไทย |
| Contributor | สมเจตน์ ภัทรพานิชชัย, ณรงค์ พูลแก้ว |
| Publisher | คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | KKU Science Journal |
| Journal Vol. | 51 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 142 - 154 |
| Keyword | รังสีรวม, ปรับปรุงสัมประสิทธิ์, แบบจำลอง, ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา |
| URL Website | https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/KKUSciJ/article/view/252852 |
| Website title | Thai Journal Online (ThaiJO) |
| ISSN | 2586-9531 |
| Abstract | ในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้ทดสอบสมรรถนะของแบบจำลองเอมไพริคัลสำหรับคำนวณรังสีรวมรายวันเฉลี่ยต่อเดือนจากข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ในการทดสอบแบบจำลองดังกล่าว ผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมข้อมูลรังสีรวมรายวัน ข้อมูลอุณหภูมิอากาศ (รายวันสูงสุด รายวันต่ำสุด เฉลี่ยรายวัน) ข้อมูลความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยรายวัน และเมฆที่ปกคลุมท้องฟ้าเฉลี่ยรายวัน จากสถานีวัด 32 แห่งในประเทศไทย โดยใช้ข้อมูล 7 ปี (ค.ศ. 2009 - 2015) จากนั้นทำการคำนวณข้อมูลดังกล่าวให้อยู่ในรูปรายวันเฉลี่ยต่อเดือน พร้อมทั้งคำนวณค่ารังสีนอกบรรยากาศโลกรายวันเฉลี่ยต่อเดือน หลังจากนั้นทำการปรับปรุงสัมประสิทธิ์ของแบบจำลองจำนวน 10 แบบจำลองโดยใช้ข้อมูลจากสถานีวัด 32 แห่ง โดยแบบจำลองแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนความเข้มรังสีรวมต่อความเข้มรังสีนอกบรรยากาศโลกรายวันเฉลี่ยต่อเดือนกับค่ารายวันเฉลี่ยต่อเดือนของอุณหภูมิอากาศรายวันต่ำสุด อุณหภูมิอากาศรายวันสูงสุด อุณหภูมิอากาศเฉลี่ย ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย และเมฆที่ปกคลุมท้องฟ้าเฉลี่ย และความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิรายวันสูงสุดและต่ำสุด จากนั้นผู้วิจัยจะใช้ข้อมูลที่ได้จากการวัดในปี ค.ศ. 2016 - 2018 มาทำการทดสอบความถูกต้องของแบบจำลองที่ปรับปรุงสัมประสิทธิ์แล้ว โดยนำแบบจำลองดังกล่าวมาคำนวณค่าความเข้มรังสีรวมรายวันเฉลี่ยต่อเดือนแล้วนำมาเปรียบเทียบกับค่าที่ได้จากการวัด ผลที่ได้พบว่าค่าที่ได้จากการคำนวณจากแบบจำลองทั้ง 10 แบบจำลองที่ปรับปรุงสัมประสิทธิ์แล้ว ส่วนใหญ่มีความสอดคล้องกับค่าที่ได้จากการวัด โดยมีความแตกต่างในรูปของรากที่สองของค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนกำลังสอง และความคลาดเคลื่อนเอนเอียงเฉลี่ยอยู่ในช่วง 4.3 - 19.2% และ -6.3 - 7.0% ตามลำดับ และแบบจำลองที่ 5 ให้ผลที่ดีที่สุด |