|
การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการในอำเภอละงู จังหวัดสตูล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พรชุลี จันทร์แก้ว |
| Title | การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการในอำเภอละงู จังหวัดสตูล |
| Publisher | มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา |
| Publication Year | 2555 |
| Journal Title | วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 73-84 |
| Keyword | อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, การมีส่วนร่วม, การฟื้นฟูสมรรถภาพ, ผู้พิการ |
| ISSN | 1905-2383 |
| Abstract | จากการดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอละงู จังหวัดสตูล ในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย สืบเนื่องจากปัจจัยหลยอย่าง จึงได้ทำการวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยส่วนบุคคล แรงจูงใจ ปัจจัยสนับสนุน และการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ของ อสม. 2) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล แรงจูงใจ ปัจจัยสนับสนุน กับการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ และ 3) ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการของ อสม. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ แกนนำ อสม. จำนวน 287 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่า 1) อสม. ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ย 45.64 ปี จบการศึกษาในระดับประถมศึกษา มีสถานภาพสมรส นับถือศาสนาอิสลาม มีระยะเวลาการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขเฉลี่ย 9.51 ปี ได้รับการฝึกอบรมเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการร้อยละ 95.30 ระดับของแรงจูงใจ ปัจจัยสนับสนุน และการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน 2) ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ ระดับการศึกษาสูงสุด ระยะเวลาการเป็น อสม. และการได้รับการฝึกอบรมเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ปัจจัยจูงใจและปัจจัยสนับสนุนในการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์กับการมีส่วน ร่วมของ อสม.ในการดำเนินงานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) ปัญหา อุปสรรคที่สำคัญของ อสม. คือ ขาดแรงจูงใจในการปฏิบัติงานในเรื่องงบประมาณและค่าตอบแทน ขาดความมั่นใจในการปฏิบัติงาน จึงสรุปได้ว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยจูงใจและปัจจัยสนับสนุนในการปฏิบัติงานมีผลต่อการมีส่วนร่วมของ อสม.ในการดำเนินงานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ผลจากการวิจัยนี้สามารถนำไปประกอบการพิจารณาเป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบและ ร่วมหาแนวทางในการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้ แสม. มีความรู้ มีทักษะ มีความมั่นใจ และมีแรงจูงใจ ในการให้บริการการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องและทั่งถึง |