รูปแบบการช่วยเหลือด้านการเรียนต่อพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี
รหัสดีโอไอ
Creator 1. เกศแก้ว สอนดี
2. สุดา เดชพิทักษ์ศิริกุล
3. ประไพ กิตติบุญถวัลย์
4. นุสรา นามเดช
Title รูปแบบการช่วยเหลือด้านการเรียนต่อพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี
Publisher มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
Publication Year 2554
Journal Title วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
Journal Vol. 6
Journal No. 1
Page no. 1-8
Keyword รูปแบบการช่วยเหลือด้านการเรียน, พฤติกรรมการเรียน, นักศึกษาพยาบาล
ISSN 1905-2383
Abstract พฤติกรรมการเรียนสามารถส่งเสริมได้โดยใช้การช่วยเหลือในหลายรูปแบบหรือหลายกิจกรรม การวิเคราะห์ตนเอง การเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน การทําแฟ้มพัฒนาการเรียน และการสนับสนุนจากครูผู้สอน เป็น 4 วิธีที่เหมาะสมในการส่งเสริมพฤติกรรมการเรียน การศึกษาครั้งนี้เป็นวิจัยทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของรูปแบบการช่วยเหลือด้านการเรียนต่อพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนีสระบุรี ประชากรคือ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 ในโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี จํานวน 113 คน กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเฉพาะเจาะจงนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ำกว่า 2.40 จํานวน 45 คน กลุ่ม ทดลองได้รับการช่วยเหลือด้านการเรียน โดยประกอบด้วย กิจกรรมการช่วยเหลือ 4 กิจกรรม ดังนี้ 1) การวิเคราะห์ตนเอง 2) การเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน 3) การทําแฟ้มพัฒนาการเรียน และ 4) การสนับสนุนจากครูผู้สอน โดยมีระยะเวลา 24 สัปดาห์เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งในระยะก่อนการทดลอง และระยะหลังการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลพฤติกรรมด้านการเรียนและแบบสัมภาษณ์พฤติกรรมด้านการเรียน แบบสอบถามข้อมูลพฤติกรรมด้านการเรียนผ่านการพิจารณาความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญหาค่าความเชื่อมั่นก่อนนําไปใช้สถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล คือการแจกแจงความถี่ร้อยละและเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ย พฤติกรรมการเรียนก่อน-หลังการทดลองโดยใช้การทดสอบที (paired t-test) ผลการวิจัย พบว่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการเรียนของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองแตกต่างกัน โดยคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการเรียนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ p ? 0.05 จึงเสนอแนะได้ว่าควรมีการติดตามผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อสิ้นสุดการเรียนในแต่ละเทอมและปีการศึกษาและพัฒนารูปแบบการช่วยเหลือด้านการเรียนของนักศึกษาไปใช้ในกลุ่มอื่นเพื่อยืนยันผลต่อไป
Yala Rajabhat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ