|
การพัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์สำหรับฟิสิกส์และการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์โดยจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ศิริรัตน์ ศรีภูวงษ์ |
| Title | การพัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์สำหรับฟิสิกส์และการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์โดยจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน |
| Contributor | สุรยศ ทรัพย์ประกอบ, ปิยะวรรณ มาศิริ |
| Publisher | หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL) |
| Journal Vol. | 12 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 51-65 |
| Keyword | การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน, คณิตศาสตร์สำหรับฟิสิกส์, การแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ |
| URL Website | http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index |
| Website title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ |
| ISSN | 1906-9790 |
| Abstract | งานวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์สำหรับฟิสิกส์และความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ และศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนรู้ เรื่อง งานและพลังงาน กลุ่มที่ศึกษาคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 19 คน จากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบวัดความสามารถทางคณิตศาสตร์สำหรับฟิสิกส์ แบบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน และแบบวิเคราะห์แผน การจัดการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และข้อสรุปแบบอุปนัย ผลการศึกษาพบว่าความสามารถทางคณิตศาสตร์สำหรับฟิสิกส์หลังจัดการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.58 ส่วนความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์หลังจัดการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 32.11 แนวปฏิบัติที่ดี ได้แก่ 1) ใช้คำถามปลายเปิดในทุกขั้น 2) ใช้เกมการแข่งขันที่สอดคล้องกับสมองเป็นฐานในขั้นนำ 3) ใช้กิจกรรมที่หลากหลายสอดคล้องกับสมองเป็นฐานในขั้นนำและขั้นสอน 4) ใช้ปฏิบัติ-การทดลองในขั้นสอน และ 5) ใช้การเคลื่อนไหวร่างกายในขั้นนำและขั้นสอน |