|
ความเชื่อญาณวิทยาทางวิทยาศาสตร์และความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | มยุรฉัตร ยลวิลาศ |
| Title | ความเชื่อญาณวิทยาทางวิทยาศาสตร์และความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 |
| Contributor | จิรดาวรรณ หันตุลา, ปาริชาติ แสนนา |
| Publisher | หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL) |
| Journal Vol. | 12 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 238-253 |
| Keyword | ความเชื่อทางญาณวิทยา, ความเชื่อญาณวิทยาทางวิทยาศาสตร์, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์, การวิเคราะห์เส้นทางความสัมพันธ์, โมเดลสมการโครงสร้างแบบวิธีกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน |
| URL Website | http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index |
| Website title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ |
| ISSN | 1906-9790 |
| Abstract | ความเชื่อญาณวิทยาทางวิทยาศาสตร์ (scientific epistemic beliefs) มีบทบาทสำคัญต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน เนื่องจากความเชื่อประเภทนี้ส่งผลต่อความคิด ความสามารถในการเรียน กลยุทธ์ในการเรียนและผลการเรียนวิทยาศาสตร์ การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความเชื่อญาณวิทยาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ 2) ศึกษาความ สัมพันธ์ระหว่างความเชื่อญาณวิทยาทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 73 คน ได้มาแบบการเลือกแบบเจาะจง (purposive sampling) ใช้เครื่องมือคือ แบบสอบถามเกี่ยวกับความเชื่อญาณวิทยาทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ แหล่งที่มาของการรู้ (source) ความแน่นอนของความรู้ (certainty) การพัฒนาความรู้ (development) และการให้เหตุผล (justification) ใช้ผลการเรียนวิทยาศาสตร์ในภาคการศึกษาสุดท้ายเป็นคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์เส้นทางความสัมพันธ์โดยพิจารณาจากโมเดลสมการโครงสร้างแบบวิธีกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (partial least squares–structural equation modelling) โดยใช้โปรแกรม Smart PLS 3.0 ผลการวิเคราะห์พบว่าการพัฒนาความรู้มีความสัมพันธ์กับการให้เหตุผล (r = 0.877) และ แหล่งที่มาของการรู้มีความสัมพันธ์กับความแน่นอนของความรู้ (r = 0.651) ผลจากการวิเคราะห์เส้นทางความสัมพันธ์พบว่า การพัฒนาความรู้เท่านั้นที่ส่งผลเชิงบวกต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ส่วนองค์ประกอบ 3 ด้านที่เหลือส่งผลเชิงลบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังพบว่าแหล่งที่มาของการรู้แม้จะส่งผลเชิงลบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แต่กลับส่งผลทางบวกต่อองค์ประกอบอื่น ๆ แสดงให้ถึงแหล่งที่มาของการรู้มีบทบาทที่สำคัญต่อความเชื่อญาณวิทยาทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ซึ่งอาจมีผลมาจากวัฒนธรรมในชั้นเรียน |