การประยุกต์ใช้เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าสมองแบบพกพาในการวัดความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนที่เรียนรู้ด้วยกิจกรรมสะเต็มแบบเปิดและแบบมีโครงสร้าง
รหัสดีโอไอ
Creator สุทธิดา จำรัส
Title การประยุกต์ใช้เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าสมองแบบพกพาในการวัดความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนที่เรียนรู้ด้วยกิจกรรมสะเต็มแบบเปิดและแบบมีโครงสร้าง
Contributor -
Publisher หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication Year 2563
Journal Title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL)
Journal Vol. 11
Journal No. 1
Page no. 16-39
Keyword กิจกรรมสะเต็ม, วิธีการบันทึกคลื่นไฟฟ้าในสมอง, ประสาทวิทยาศาสตร์
URL Website http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index
Website title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้
ISSN 1906-9790
Abstract การวิจัยในครั้งนี้ศึกษาการนำความก้าวหน้าของวิทยาการประสาทวิทยาศาสตร์ โดยการใช้อุปกรณ์วัดคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) แบบพกพา เพื่อนำมาวัดสภาวะการคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนในขณะดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาแบบเปิดและแบบมีโครงสร้าง โดยเก็บข้อมูลวิจัยจากพลวิจัยซึ่งเป็นอาสาสมัครจำนวน 12 คน หลังจากที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พลวิจัยได้เข้าร่วมกิจกรรมสะเต็มทั้งสองกิจกรรม ที่ประกอบด้วยกิจกรรมการฟังบรรยายจากผู้สอน การดูวิดิทัศน์จากยูทูป และการลงมือปฏิบัติ คลื่นไฟฟ้าสมองจะถูกวัดโดยเครื่องสวมศีรษะ Muse ที่มี 4 อิเล็กโทรด ได้แก่ AF7 AF8 TP9 และ TP10 โดยศึกษาวิธีการใช้งานเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าสมองแบบเคลื่อนที่ที่วัดและส่งคลื่นสัญญานไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณ Bluetooth 2 รูปแบบ คือ 1) การสตรีมข้อมูลไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านแอปพลิเคชัน Muse Direct ในรูปแบบไฟล์นามสกุล .Muse ซึ่งแสดงผลแบบ real–time ผ่านโปรแกรม Neuro visual และ 2) การสตรีมข้อมูลไปยังโทรศัพท์มือถือผ่านแอปพลิเคชัน Mind Monitor ซึ่งเชื่อมต่อและเก็บข้อมูลเข้าระบบคลาวด์ของ Dropbox โดยอัตโนมัติ ในรูปแบบ CVS ผลการวิจัยพบว่าวิธีการที่ 2 สะดวกและให้ข้อมูลที่เสถียรมากกว่า สามารถนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ผลได้เลย ในขณะที่แบบที่ 1 ข้อมูลนามสกุล .Muse ต้องนำไปแปลงไฟล์และวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม Matlab ที่ซับซ้อนและต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการเขียนคำสั่ง ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลโดย Mind Monitor Graphing แบบออนไลน์ แสดงให้เห็นสภาวะการทำงานของสมองแตกต่างกันไปตามกิจกรรมที่ทำ โดยการทำกิจกรรมสะ-เต็มแบบมีโครงสร้าง ในช่วงการออกแบบให้คลื่นไฟฟ้าสมองช่วงอัลฟา (ความถี่ 8–12 Hz) เฉลี่ยสูงกว่ากิจกรรมสะเต็มแบบเปิด และลดลงต่ำสุดในช่วงการฟังบรรยาย (71.637) เมื่อพิจารณาความสมมาตรของคลื่นอัลฟาในสมองซีกขวาและซีกซ้าย พบว่า กิจกรรมสะเต็มแบบเปิดให้คลื่นอัลฟาในสมองซีกขวามากกว่าซีกซ้ายอย่างชัดเจน (ส่วนต่างหรืออสมมาตร = 11.160)
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ