|
กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบและสัณฐานวิทยาเรณูของผักตบไทย (Monochoria hastata (L.) Solms var. hastata) และผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เบญจวรรณ ชิวปรีชา |
| Title | กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบและสัณฐานวิทยาเรณูของผักตบไทย (Monochoria hastata (L.) Solms var. hastata) และผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) |
| Contributor | ศุภกร ไทยมา |
| Publisher | หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ |
| Publication Year | 2562 |
| Journal Title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL) |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 151-165 |
| Keyword | ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น, พืชน้ำ, เรณูวิทยา, เนื้อเยื่อพืช |
| URL Website | http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index |
| Website title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ |
| ISSN | 1906-9790 |
| Abstract | การศึกษากายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบและเรณูวิทยาของผักตบไทย (Monochoria hastata (L.) Solms var. hastata) และผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) ซึ่งเป็นพืชน้ำในวงศ์ Pontederiaceae ที่พบในแหล่งที่อยู่อาศัยเดียวกัน ศึกษาลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ของแผ่นใบ ก้านใบ และก้านช่อดอก ด้วยกรรมวิธีพาราฟิน (paraffin method) ลอกผิวแผ่นใบเพื่อศึกษาเนื้อเยื่อชั้นผิว พบลักษณะที่มีความแตกต่างกัน ได้แก่ ภาคตัดขวางของแผ่นใบ ก้านใบ และก้านช่อดอกของผักตบไทย มีปริมาณคลอเรงคิมาร้อยละ 35.65±5.74 6.78±0.28 และ 6.34±0.19 ต่อตารางมิลลิเมตร ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าของผักตบชวา (ร้อยละ 23.95±0.44 3.82±0.37 และ 1.00±0.28 ต่อตารางมิลลิเมตร ตามลำดับ) ในทำนองเดียวกัน ชั้นแพลิเซดในแผ่นใบของผักตบไทยมีความหนา 6–8 ชั้นเซลล์ ซึ่งมีจำนวนชั้นมากกว่าผักตบชวาที่มีเพียง 4–6 ชั้นเซลล์ ความหนาแน่นปากใบของผักตบไทยเท่ากับ 129.33±5.98 ปากใบต่อตารางมิลลิเมตร ซึ่งมากกว่าผักตบชวาที่มี 115.07±2.52 ปากใบต่อตารางมิลลิเมตร ในขณะที่แอเรงคิมาในแผ่นใบของผักตบไทยมีความหนาเพียง 1 ชั้นเซลล์ แต่ผักตบชวาหนา 1–3 ชั้นเซลล์ นอกจากนี้ยังพบตำแหน่งปากใบที่ระดับเดียวกับเนื้อเยื่อชั้นผิว (typical stomata) และสูงกว่าเนื้อเยื่อชั้นผิว (raised stomata) รวมถึงการสะสมผลึก ในทุกส่วนที่ทำการศึกษาของผักตบไทย ในขณะที่ก้านใบและก้านช่อดอกของผักตบชวาพบเฉพาะปากใบที่ระดับเดียวกับเนื้อเยื่อชั้นผิว และพบการสะสมผลึก การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเรณู ด้วยกรรมวิธีอะซีโตไลซิส (acetolysis) แสดงลักษณะเด่นร่วมกันของพืชทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ เป็นเรณูเดี่ยว (monad) สมมาตรแบบด้านข้าง (bilateral) ขั้วแบบ heteropolar ช่องเปิดแบบ monosulcate และ รูปร่างแบบ oblate สำหรับลักษณะที่แตกต่างกัน พบว่า ผักตบไทยมีเรณูขนาดกลางถึงใหญ่ (33–56 ไมครอน) และลวดลายบนผนังเป็นแบบ granulate ในขณะที่ผักตบชวามีเรณูขนาดใหญ่ (59–84 ไมครอน) และลวดลายบนผนังเป็นแบบ rugulate |