การสะสมของโครเมียมในไผ่ที่เติบโตในภาวะที่มีโลหะหนัก
รหัสดีโอไอ
Creator จิตติพร วุฒิรัตนรักษ์
Title การสะสมของโครเมียมในไผ่ที่เติบโตในภาวะที่มีโลหะหนัก
Contributor สายรุ้ง อวยพรกชกร
Publisher หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication Year 2561
Journal Title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL)
Journal Vol. 9
Journal No. 2
Page no. 177-187
Keyword โครเมียม, การสะสมทางชีวภาพ, อะตอมมิกแอบซอร์พชันสเปกโทรเมตรี, ไผ่
URL Website http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index
Website title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้
ISSN 1906-9790
Abstract การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสะสมของโลหะโครเมียมในไผ่ที่ปลูกในภาวะที่มีโคร-เมียม โดยปลูกไผ่ในดิน 5 แบบ ได้แก่ ดินท้องถิ่น (ดินควบคุม) ดินที่มีโครเมียมปนเปื้อน ดินเติม CCA และดินเติมโครเมียม เป็นระยะเวลา 3 5 และ 7 เดือน หลังจากนั้นย่อยตัวอย่างไผ่ทั้งหมดด้วยกรดไนทริกและไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์โดยเครื่องไมโครเวฟในครัวเรือน ที่กำลังไฟฟ้า 240 วัตต์ เป็นเวลา 40 นาที และวิเคราะห์ด้วยเครื่องอะตอมมิกแอบซอร์พชันสเปกโทรมิเตอร์ โดยมีช่วงความเป็นเส้นตรงสำหรับการวิเคราะห์โครเมียมเท่ากับ 0.1 – 4.0 g/mL และมีขีดจำกัดการตรวจวัดและขีดจำกัดหาปริมาณเท่ากับ 0.07 และ 0.2 g/mL ตามลำดับ การสะสมของโครเมียมในไผ่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ได้รับโครเมียมเพิ่มขึ้น ไผ่ที่ปลูกในดินที่มีการปนเปื้อนโครเมียมทุกกลุ่มพบการปนเปื้อนโครเมียม ไผ่ที่ปลูกในภาวะที่มีโครเมียมเป็นเวลา 7 เดือนมีปริมาณโครเมียมมากที่สุด ในช่วงความเข้มข้นเท่ากับ 197.9 – 225.6 g/g และการสะสมของโครเมียมในไผ่ที่ปลูกในดินทุกกลุ่มไม่มีความแตกต่างระหว่างการปลูกในดินที่มีเฉพาะโครเมียมและดินที่มีโลหะชนิดอื่นเมื่อปลูกเป็นเวลาตั้งแต่ 5 เดือนขึ้นไป โดยพบโครเมียมอยู่ในช่วง 145.1 – 155.2 g/g หลังจากนั้นนำตัวอย่างไผ่ทุกกลุ่มมาศึกษาการปนเปื้อนของโครเมียมสู่ตัวกลางหลายชนิด ได้แก่ น้ำ โซเดียมคลอไรด์ และกรดฮิวมิก ไม่พบการปนเปื้อนของโครเมียมจากไผ่ทุกกลุ่ม
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ