การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบอุปนัยเสริมด้วยวิธีการแก้ปัญหาของ Wheatley เพื่อเสริมสร้างมโนมติเสียงและความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีการนำตนเองในการเรียนรู้ต่างกัน
รหัสดีโอไอ
Creator รัตน์จาณี อรัญเพิ่ม
Title การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบอุปนัยเสริมด้วยวิธีการแก้ปัญหาของ Wheatley เพื่อเสริมสร้างมโนมติเสียงและความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีการนำตนเองในการเรียนรู้ต่างกัน
Contributor พงษ์พันธุ์ ศรีต้นวงศ์, ภากร ไทยพิทักษ์, พัดตาวัน นาใจแก้ว
Publisher หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication Year 2561
Journal Title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL)
Journal Vol. 9
Journal No. 2
Page no. 132-152
Keyword มโนมติเสียง, วิธีการสอนแบบอุปนัย, วิธีการสอนแบบแก้ปัญหาของ Wheatley (PCLM), การวิจัยเชิงปฏิบัติการ, ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ, การนำตนเองในการเรียนรู้
URL Website http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index
Website title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้
ISSN 1906-9790
Abstract การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์ โดยใช้วิธีการสอนแบบอุปนัยเสริมด้วยวิธีการสอนแบบแก้ปัญหาของ Wheatley และ (2) ศึกษาและเปรียบ- เทียบมโนมติเสียงและความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีการนำตนเองในการเรียนรู้ต่างกัน การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงแบบวงจรตามแนวคิดของ Kemmis and McTaggart (1988) โดยแบ่งเป็น 3 วงจรปฏิบัติการ แต่ละวงจรปฏิบัติการประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้วงจรละ 3 แผน กลุ่มที่ศึกษาในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ (1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบอุปนัยเสริมด้วยวิธีการสอนแบบแก้ปัญหาของ Wheatley จำนวน 9 แผน (2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผล ได้แก่ แบบบันทึกหลังสอน แบบสังเกตการสอน แบบสัมภาษณ์นักเรียน และ (3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบวัดมโนมติเสียงแบบตัวเลือก 2 ลำดับขั้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เกณฑ์ของ Costu et al. (2012) แบบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และแบบวัดการนำตนเองในการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุนามแบบทางเดียว และการวิเคราะห์เชิงคุณภาพด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) การพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิธีการสอนแบบอุปนัยเสริมด้วยวิธีการสอนแบบแก้ปัญหาของ Wheatley ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมความพร้อม ขั้นเสนอตัวอย่าง ขั้นเปรียบเทียบ ขั้นสรุป และขั้นนำไปใช้ ผู้วิจัยได้นำข้อมูลจากการสะท้อนผลจากการปฏิบัติการของวงจรที่ 1 มาปรับกิจกรรมสำหรับการปฏิบัติการในวงจรที่ 2 คือ ลดจำนวนกิจกรรมบางส่วนออกในขั้นที่ 2 เพื่อลดเวลา และขั้นที่ 3 ลดการนำเสนอผลการทำกิจกรรม ขั้นที่ 5 ลดจำนวนสถานการณ์แบบฝึกหัด และมอบหมายให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาล่วงหน้าในเบื้องต้นก่อนในวงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 (2) นักเรียนมีมโนมติเสียงหลังเรียน (mean = 28.32) สูงกว่าก่อนเรียน (mean = 7.71) โดยหลังเรียนนักเรียนมีความเข้าใจมโนมติเสียงที่ความเข้าใจสมบูรณ์ (SU) และความเข้าใจบางส่วน (PU) เพิ่มขึ้น และมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน (SM) และไม่เข้าใจ (NU) ลดลงกว่าก่อนเรียน และผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุนามแบบทางเดียวของคะแนนหลังเรียนของนักเรียนที่มีการนำตนเองในการเรียนรู้ต่างกัน (สูง–ต่ำ) มีมโนมติเสียงและความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ