ศักยภาพทางอัลลีโลพาทีของใบพืชวงศ์ Acanthaceae บางชนิดในดิน
รหัสดีโอไอ
Creator เฉลิมชัย วงศ์วัฒนะ
Title ศักยภาพทางอัลลีโลพาทีของใบพืชวงศ์ Acanthaceae บางชนิดในดิน
Contributor สมเกียรติ พรพิสุทธิมาศ, บุญรอด ชาติยานนท์
Publisher หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication Year 2559
Journal Title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL)
Journal Vol. 7
Journal No. 2
Page no. 389-397
Keyword ศักยภาพทางอัลลีโลพาที, Acanthaceae, ดิน, การงอกของเมล็ด, การเจริญของต้นกล้า
URL Website http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index
Website title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้
ISSN 1906-9790
Abstract จากการศึกษาผลทางอัลลีโลพาทีของใบพืชวงศ์ Acanthaceae 5 ชนิด [รางจืด (Thunbergia laurifolia) สร้อยอินทนิล (Thunbergia grandiflora) เสลดพังพอนตัวผู้ (Barleria lupulina) เสลดพังพอนตัวเมีย (Clinacanthus nutans) และทองพันชั่ง (Rhinacanthus nasutus)] ในดิน โดยผสมใบพืชแห้งกับดินขุยไผ่อัตราส่วน 1:10 และ 1:20 (ใบแห้ง:ดินแห้ง โดยน้ำหนัก) เขย่าให้เข้ากัน เทใส่กระถางพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว ให้น้ำทางจานรองจนอิ่มตัวแล้วปลูกพืชทดสอบลงในดินผสมนั้น ที่ 7 วันหลังปลูก พบว่า เมล็ดกวางตุ้งที่ปลูกในดินผสมใบรางจืดและสร้อยอินทนิลงอกได้ดี โดยเฉพาะที่อัตราส่วน 1:20 ในดินผสมใบเสลดพังพอนตัวผู้ ใบทองพันชั่ง และใบเสลดพังพอนตัวเมีย เมล็ดงอกน้อยที่สุด โดยเฉพาะที่ 1:10 เมื่อตรวจสอบความยาวรากและลำต้นของต้นกล้ากวางตุ้งก็ให้ผลในทางเดียวกับการงอก โดยใบเสลดพังพอนตัวเมีย ใบทองพันชั่ง และเสลด พังพอนตัวผู้ที่คลุกกับดินยับยั้งการเจริญของต้นกล้ามากกว่าใบรางจืดและสร้อยอินทนิล ในการศึกษาการสลายตัวของสารอัลลีโลพาทีจากใบทองพันชั่ง โดยคลุกดินแล้วให้น้ำและทิ้งไว้ 0 4 และ 7 วันจึงปลูกเมล็ดกวางตุ้งลงไป พบว่า ยิ่งทิ้งดินผสมไว้นานขึ้น เมล็ดกวางตุ้งที่ปลูกลงไปงอกได้มากขึ้น จนไม่แตกต่างจากตัวเปรียบเทียบ การเจริญเติบโตของต้นกล้าหลังงอกก็เช่นเดียวกัน แสดงว่า สารอัลลีโลพาทีจากใบทองพันชั่งอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในดินทำให้ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชลดลง โดยเปอร์เซ็นต์การยับยั้งการงอกลดลงจาก 98.23 เปอร์เซ็นต์ ในเมล็ดที่ปลูกที่ 0 วันหลังคลุกดิน ไปเป็น 67.25 และ 9.45 เปอร์เซ็นต์ ในเมล็ดที่ปลูกที่ 4 และ 7 วันหลังคลุกดิน ตามลำดับ
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ