|
ประสิทธิภาพของการทดสอบแบบปรับเหมาะด้วยคอมพิวเตอร์โดยประยุกต์ใช้โมเดลการตอบสนองข้อสอบแบบพหุมิติ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุชาติ หอมจันทร์ |
| Title | ประสิทธิภาพของการทดสอบแบบปรับเหมาะด้วยคอมพิวเตอร์โดยประยุกต์ใช้โมเดลการตอบสนองข้อสอบแบบพหุมิติ |
| Publisher | บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 31 |
| Page no. | 73-88 |
| Keyword | การทดสอบแบบปรับเหมาะด้วยคอมพิวเตอร์แบบพหุมิติ, ความเชื่อมั่น, เกณฑ์ยุติการสอบ |
| ISSN | 2408-1647 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการทดสอบแบบปรับเหมาะด้วยคอมพิวเตอร์แบบพหุมิติ ที่กำหนดตัวแปรขนาดคลังข้อสอบ (A) จำนวน 100 ข้อ (a1) 150 ข้อ (a2) และ 200 ข้อ (a3) และตัวแปรเกณฑ์ยุติการสอบ (B) 3 เกณฑ์ คือ จำนวน 20 ข้อ (b1) SE(q) ? .30 (Reliability = .91) (b2) และ SE(q) ? .43 (Reliability = .81) (b3) ข้อมูลที่ใช้เป็นการจำลองสถานการณ์ ด้วยโปรแกรม MATLAB โดยจำลองผู้สอบในแต่ละเงื่อนไข 1,000 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุคูณสองทาง (Two-way MANOVA) และทดสอบภายหลังด้วย Holtelling T2 ผลการวิจัยพบว่ามีปฏิสัมพันธ์ (IAB) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ระหว่างขนาดคลังข้อสอบ กับเกณฑ์ยุติการสอบ จึงทำการเปรียบเทียบรายคู่ (simple main effect) พบว่า 1. กรณีคลังข้อสอบ 100 ข้อ จะให้ความถูกต้องในการประมาณค่าความสามรถของผู้สอบได้ดีที่สุดเมื่อกำหนด SE(q) ? .30 (b2) แต่จะให้ความแม่นยำในการประมาณค่าความสามรถของผู้สอบได้ดีที่สุด เมื่อกำหนด SE(q) ? .43 (b3) เป็นเกณฑ์ยุติการสอบ 2. กรณีคลังข้อสอบ 150 ข้อ จะให้ความแม่นยำ และความถูกต้องในการประมาณค่าความสามารถของผู้สอบ ได้ดีที่สุด เมื่อกำหนดข้อสอบ 20 ข้อ (b1) เป็นเกณฑ์ยุติการสอบ 3. กรณีคลังข้อสอบ 200 ข้อ (a3) จะให้ความถูกต้องในการประมาณค่าความสามารถของผู้สอบได้ดีที่สุด เมื่อกำหนดเกณฑ์ยุติการสอบ (B) SE(q) ? .30 (b2) แต่จะให้ความแม่นยำในการประมาณค่าความสามรถของผู้สอบได้ดีที่สุด เมื่อกำหนดข้อสอบ 20 ข้อ (b1) เป็นเกณฑ์ยุติการสอบ |