|
ยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชุติพร ธีระชีพ |
| Title | ยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น |
| Publisher | บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 28 |
| Page no. | 81-96 |
| Keyword | ยุทธศาสตร์การพัฒนา, สมรรถนะในการปฏิบัติงาน, เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน |
| ISSN | 2408-1647 |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 2) สร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน และ 3) ศึกษาผลของการทดลองใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เป็นการวิจัยและพัฒนาในขั้นการทดลองใช้แบบแผนการวิจัยก่อนทดลอง (Pre-Experiment Design) เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและทอสอบสมมติฐาน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามพฤติกรรม แบบทดสอบความรู้ แบบวัดสมรรถนะ แบบวัดเจตคติ และหลักสูตรการฝึกอบรม โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติพื้นฐาน คือ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าเฉลี่ย ( ) ทดสอบสมมติฐานทางสถิติ โดยการทดสอบที (t-test dependent) ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ วิเคราะห์เนื้อหาแล้วบรรยายเชิงพรรณนาจากสภาพจริง ผลการวิจัย พบว่า 1. มีสมรรถนะในการปฏิบัติงานต่ำ มีสาเหตุ 3 ประการ 1) ไม่มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ 2) มีคุณลักษณะและพฤติกรรมที่ควรปรับปรุง และ 3)ไม่มีขวัญและกำลังใจ 2. องค์ประกอบของสมรรถนะในการปฏิบัติงานมี 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านคุณลักษณะและพฤติกรรม ด้านการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ มีการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญแล้วนำไปพัฒนาคู่มือและทดลองใช้โดยการฝึกอบรม 3. ผลของการใช้ยุทธศาสตร์การเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน พบว่า กลุ่มทดลอง มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่มีพฤติกรรมการใช้สมรรถนะในการปฏิบัติงาน และมีเจตคติต่อพฤติกรรมในการปฏิบัติงาน หลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนการฝึกอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 |