|
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคำแหง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุรีย์พันธุ์ วรพงศธร |
| Title | ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| Publisher | บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 30 |
| Page no. | 31-48 |
| Keyword | พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ, โมเดลการสร้างเสริมสุขภาพของเพนเดอร์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| ISSN | 2408-1647 |
| Abstract | จุดมุ่งหมายของการศึกษานี้คือ ต้องการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง การศึกษานี้เป็นการสำรวจแบบภาคตัดขวาง ได้รวบรวมข้อมูลจากนักศึกษาปริญญาตรีจำนวน 329 คนที่ลงทะเบียนเรียนในกระบวนวิชาที่เปิดสอนในภาควิชาพลานามัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในปีการศึกษา 2558 เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามโดยเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพในอดีต การเห็นคุณค่าตนเอง การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถตนเอง อารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม สถานการณ์/สิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ความยึดมั่นในแผนการปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาพ และพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ความสัมพันธุ์เชิงสาเหตุระหว่างตัวแปรในโมเดลถูกวิเคราะห์โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เส้นทางความสัมพันธุ์เชิงสาเหตุ ภายใต้กรอบแนวคิดของโมเดลการสร้างเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ ผลการศึกษา: โมเดลการสร้างเสริมสุขภาพที่ปรับในขั้นสุดท้ายมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (fitness index) ตามเกณฑ์ที่กำหนด ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ (HPB) ได้แก่ การรับรู้ความสามารถตนเอง (HEF) การรับรู้ประโยชน์ (HBF) พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพในอดีต (PHB) การสนับสนุนทางสังคม (SS) ความยึดมั่นในแผนการปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาพ (CHP) และการรับรู้อุปสรรค (HBA) ซึ่งมีอิทธิพลทางลบต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ สำหรับปัจจัยที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ได้แก่ พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพในอดีต โดยผ่านปัจจัยการรับรู้ความสามารถตนเอง ผ่านปัจจัยการสนับสนุนทางสังคม และผ่านปัจจัยการรับรู้ประโยชน์ โดยภาพรวมปัจจัยทั้ง 6 สามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพได้ร้อยละ 64 (R2 = 0.64) ผลการวิจัยของการศึกษานี้พบว่า โมเดลการสร้างเสริมสุขภาพของเพนเดอร์สามารถทำนายพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษาในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ดี ข้อมูลจากผลการศึกษานี้ โดยเฉพาะข้อมูลปัจจัยการรับรู้ความสามารถตนเอง และการรับรู้ประโยชน์ในการปฏิบัติพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ จะเป็นประโยชน์สำหรับอาจารย์ที่พัฒนาหลักสูตร และนักสุขศึกษา สามารถวางแผนในการพัฒนาโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยสนับสนุนให้นักศึกษาเห็นประโยชน์และมีความเชื่อมั่นในความสามารถตนเองที่จะปฏิบัติพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพจนเป็นนิสัยที่ดี |