|
รัฐกลวง? กรณีศึกษาการจัดบริการที่พักผู้สูงอายุโดยภาคเอกชนในประเทศญี่ปุ่น |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปกรณ์ ศิริประกอบ |
| Title | รัฐกลวง? กรณีศึกษาการจัดบริการที่พักผู้สูงอายุโดยภาคเอกชนในประเทศญี่ปุ่น |
| Contributor | ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา |
| Publisher | สมาคมญี่ปุ่นศึกษาแห่งประเทศไทย |
| Publication Year | 2561 |
| Journal Title | วารสารเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษา |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 101-123 |
| Keyword | ประเทศญี่ปุ่น, การบริหารจัดการภาครัฐ, สังคมสูงวัย, ที่พักผู้สูงอายุเอกชน, รัฐกลวง |
| URL Website | https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jsn/index |
| Website title | วารสารเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษา |
| ISSN | 2586-937X |
| Abstract | "รัฐกลวง" หรือ "Hollow State" เป็นแนวความคิดที่นักวิชาการทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์หลายคนให้ความสำคัญด้วยความกังวล (Rhodes, 1993; Peters, 1994; Milward และ Provan, 2000 และ 2003; Skelcher, 2000; ปกรณ์, 2560) เนื่องจากการที่ภารกิจของรัฐรวมถึงการจัดบริการสาธารณะเป็นจำนวนมากถูกหน่วยงานรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานภาคประชาสังคม เข้ามามีบทบาทแทนจนทำให้บทบาทของภาครัฐเหลือน้อยลงจนอาจทำให้ถูกกลืนกินจนกลวงและหมดความสำคัญไปในที่สุด ผู้วิจัยจึงทำการศึกษาวิจัยการจัดบริการที่พักของผู้สูงอายูโดยภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากโดยทั่วไปบริการสาธารณะประเภทสังคมสงเคราะห์จะเป็นบทบาทของหน่วยงานภาครัฐ เมื่อภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทร่วมเช่นนี้จะเกิดสภาวะรัฐกลวงอย่างที่นักวิชาการกังวลกันหรือไม่ ผลการวิจัยพบว่า 1) การที่ภาคเอกชนมีบทบาทเพิ่มขึ้นในภารกิจการจัดบริการสาธารณะประเภทสังคมสงเคราะห์โดยพิจารณาจากการจัดบริการที่พักของผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่น ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า รัฐกลวง ขึ้นกับภาครัฐญี่ปุ่นในภารกิจด้านนี้ แต่ไม่นำไปสู่ปัญหาของรัฐกลวงที่นักวิชาการกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐยังคงมีบทบาทในการกำกับดูแลในบริการสาธารณะนี้โดยมีกฎหมายบังคับให้เอกชนไม่สามารถจัดบริการด้านการรักษาพยาบาลเป็นการเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าได้ รวมทั้งไม่สามารถจำกัดสิทธิของญาติของลูกค้าในการเป็นเจ้าของ และเข้าอยู่อาศัยในสถานที่พักอาศัยที่จัดเป็นที่อยู่ของกลุ่มผู้สูงอายุได้ 2) การที่ภาคเอกชนเข้ามาจัดบริการที่พักผู้สูงอายุนั้นเกิดจากการทำงานของกลไกการตลาดที่ชี้ให้เห็นว่าในกลุ่มของผู้สูงอายุนั้นสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มที่มีความสามารถจ่ายและยินดีจ่ายเพิ่มจากเงินสนับสนุนที่ได้รับจากกองทุน LTCI ซึ่งภาคเอกชนสามารถเข้ามาทำผลกำไรได้และส่งผลให้ในท้ายที่สุดภาครัฐยังคงเหลือภาระรับผิดชอบดูแลเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีความสามารถหรือไม่ต้องการจ่ายเพิ่มเติมจากเงินที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน LTCI 3) การที่ภาคเอกชนทำการตลาดที่พักผู้สูงอายุด้วยแนวคิดให้บริการด้านสุขภาพในเชิงป้องกัน (preventive) ด้วยวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ( anti-aging and regenerative science) เป็นการชะลอการจ่ายเงินภาครัฐให้กับการรักษาพยาบาล (curative) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐในสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (super age society) สรุปแล้วความกังวลจากแนวคิดทฤษฎีรัฐกลวงไม่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นแม้ว่าภาคเอกชนจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในภารกิจของบริการสาธารณะประเภทสังคมสงเคราะห์ ในทางกลับกัน ภาคเอกชนกลับช่วยลดภาระของภาครัฐโดยการรับเอาลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูงไปดูแลแทน ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐไทยควรศึกษาแนวทางการดูแลผู้สูงอายุของญี่ปุ่นเพื่อนำมาปรับใช้เพื่อลดภาระในเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุที่กำลังจะเป็นปัญหาสำคัญของไทยซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2026 นี้ |