|
ข้อเสนอเชิงนโยบาย: การสื่อสาร “เมืองน่าอยู่” พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นันท์วิสิทธิ์ ตั้งแสงประทีป |
| Title | ข้อเสนอเชิงนโยบาย: การสื่อสาร “เมืองน่าอยู่” พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ |
| Publisher | คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารนวัตกรรมสังคมและเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 1-14 |
| Keyword | ข้อเสนอเชิงนโยบาย, การสื่อสาร, เมืองน่าอยู่, สามจังหวัดชายแดนใต้ |
| URL Website | https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JRBGS |
| Website title | https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JRBGS |
| ISSN | 2822-0463 |
| Abstract | บทนำ: การวิจัยเรื่อง "ข้อเสนอเชิงนโยบาย: การสื่อสารเมืองน่าอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้" เป็นส่วนหนึ่งของชุดโครงการวิจัยแวรุงมลายูกับเรื่องเล่าใหม่: น่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน ในสามจังหวัดชายแดนใต้ วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อศึกษาระดับของการเป็นเมืองน่าอยู่ตามมุมมองของเยาวชนในพื้นที่และนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองในลักษณะที่ยั่งยืน ครอบคลุมประเด็นด้านคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความมั่นคงในมิติต่างๆผ่านการสื่อสารระเบียบวิธีวิจัย: เป็นเชิงปริมาณ (Quantitative research) โดยการศึกษาวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) เพื่อนำมาสู่การออกแบบการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey research) โดยใช้แบบสอบถาม (Questionaire) ผลการวิจัย: พบว่า ทุกด้านของการเป็นเมืองน่าอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการประเมินในระดับ "มาก" จากเยาวชน แต่ยังไม่มีด้านใดที่อยู่ในระดับ "มากที่สุด" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างในการพัฒนา โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจซึ่งได้รับค่าเฉลี่ยต่ำสุด (3.82) ขณะที่ด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นจุดแข็งของพื้นที่ (ค่าเฉลี่ย 4.00) ในด้านสุขภาวะตามแนวคิด Healthy Cities ขององค์การอนามัยโลก สาขายุโรป พบว่าแต่ละประเด็นได้รับการประเมินอยู่ในระดับมาก (3.85–3.94) โดยเฉพาะการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด (3.94) อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน การควบคุมรูปทรงเมือง และนวัตกรรมทางเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับที่ต้องพัฒนา ซึ่งเน้นถึงความจำเป็นของการส่งเสริมบทบาทเยาวชนในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และเพิ่มกลไกการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง สำหรับปัจจัยด้านความมั่นคงที่ส่งผลต่อการตัดสินใจอยู่อาศัยในพื้นที่ พบว่าทุกปัจจัยได้รับการประเมินในระดับมาก (3.62–3.89) โดยไม่มีปัจจัยใดโดดเด่นกว่ากันอย่างชัดเจน แต่ความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรมเป็นประเด็นที่ได้รับคะแนนต่ำสุดสะท้อนถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมในพื้นที่ที่มีความหลากหลายเช่นนี้ สรุป: การพัฒนาเมืองน่าอยู่ผ่านนโยบายแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงทุกมิติ โดยเฉพาะความปลอดภัย เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม การส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการตัดสินใจ การจัดลำดับความสำคัญในด้านที่ยังอ่อนแอ เช่น ความแตกต่างทางภาษาและการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง แนวทางการพัฒนาเมืองน่าอยู่และเมืองสุขภาวะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และตอกย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากเยาวชนและทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและรอบด้าน |