|
การรับรู้สิทธิผู้ป่วยของผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสวนสราญรมย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จิรารัตน์ นวนไหม |
| Title | การรับรู้สิทธิผู้ป่วยของผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสวนสราญรมย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| Publisher | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารเทคโนโลยีภาคใต้ |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 47-54 |
| Keyword | การรับรู้ สิทธิผู้ป่วย |
| ISSN | 1906-0875 |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้สิทธิของผู้ป่วย การได้รับการปฏิบัติตามสิทธิผู้ป่วยของผู้ป่วยใน เปรียบเทียบคุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้ป่วยใน กับการรับรู้เรื่องสิทธิของผู้ป่วยในการได้รับการปฏิบัติตามสิทธิผู้ป่วยของผู้ป่วยใน และเสนอแนวทางการพัฒนาการรับรู้สิทธิผู้ป่วยและการได้รับการปฏิบัติตามสิทธิผู้ป่วยของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ประชากรที่ใช้เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี จำนวน 250 คน จากประชากรทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test ค่า F-test ค่า Mean Rank และ Mann-Whitney U test เพื่อทดสอบความแตกต่างอย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ .05ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้สิทธิผู้ป่วยของผู้ป่วยด้านการรับรู้เรื่องสิทธิของผู้ป่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และด้านสิทธิในความเป็นส่วนตัวอยู่ในระดับน้อย การได้รับการปฏิบัติตามสิทธิของผู้ป่วยพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการปฏิบัติตามสิทธิในด้านที่จะได้รับบริการทางสุขภาพ ด้านสิทธิที่จะได้รับข้อมูล ด้านสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และด้านสิทธิในความเป็นส่วนตัว อยู่ในระดับปานกลางทั้ง 4 ด้าน ผลเปรียบเทียบการรับรู้สิทธิของผู้ป่วยและการได้รับการปฏิบัติตามสิทธิผู้ป่วยของผู้ป่วยพบว่า ส่วนใหญ่คุณลักษณะส่วนบุคคลจะมีความสัมพันธ์กับการรับรู้สิทธิผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในขณะที่การได้รับการปฏิบัติตามสิทธิผู้ป่วย ลักษณะส่วนบุคคลจะไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนผลการกำหนดแนวทางการพัฒนาการรับรู้และการได้รับการปฏิบัติตามสิทธิของผู้ป่วยในมีหลายแนวทางพบว่า สามารถดำเนินการได้ทั้งการฝึกอบรม การเรียนรู้รายบุคคล และรายกลุ่มในชุมชน การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนการแนะนำสร้างจิตสำนึกแก่บุคลากรทางการแพทย์และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย |