|
ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ที่แผนกฝากครรภ์โรงพยาบาลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พิราภรณ์ แหลมสัก |
| Title | ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ที่แผนกฝากครรภ์โรงพยาบาลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ |
| Publisher | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารเทคโนโลยีภาคใต้ |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 39-46 |
| Keyword | แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ พฤติกรรมการบริโภค ไอโอดีน |
| ISSN | 1906-0874 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเชื่อด้านสุขภาพ พฤติกรรมการบริโภคและความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการบริโภคสารไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน พ.ศ. 2555 เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 84 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ได้รับการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญได้ค่า IOC=.94 แบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพมีค่าความเชื่อมั่น .91 และแบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคสารไอโอดีนเท่ากับ .71 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สันผลการวิจัยพบว่า ความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวมกับพฤติกรรมการบริโภคสารไอโอดีนมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับค่อนข้างสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=.70, p<.00) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคขาดสารไอโอดีนมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับค่อนข้างสูง (r=.72, p<.00) การรับรู้ความรุนแรงของโรคขาดสารไอโอดีน มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลาง (r=.64, p<.00) ส่วนการรับรู้ประโยชน์ของการบริโภคอาหารที่มีสารไอโอดีนและการรับรู้อุปสรรคของการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับพฤติกรรมการบริโภคสารไอโอดีน (r=.40, p<.00 และ r=.34, p<.001) ตามลำดับ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย คือ (1) บุคลากรทีมสุขภาพควรคำนึงถึงอุปสรรคของการปฏิบัติเชิงพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีสารไอโอดีน (2) จัดช่องทางการให้ความรู้ที่หลากหลาย (3) ควรศึกษาในลักษณะเดียวกันในกลุ่มประชากรหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่และพื้นที่อื่น ๆ และ (4) ควรมีการศึกษาปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรมบางประการ เช่น อาชีพ งานเลี้ยงและประเพณี เพื่อนำผลการวิจัยไปปรับปรุงในการศึกษาครั้งต่อไป |