|
การเปรียบเทียบภาระขาดของรอยเชื่อมผ้าทอทางสถาปัตยกรรมจากการเชื่อมลมร้อนและเหนี่ยวนำ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กันต์ธกรณ์ เขาทอง |
| Title | การเปรียบเทียบภาระขาดของรอยเชื่อมผ้าทอทางสถาปัตยกรรมจากการเชื่อมลมร้อนและเหนี่ยวนำ |
| Contributor | เจษฎาภรณ์ ปริยดำกล, ประภาพรรณ เกษราพงศ์ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
| Journal Vol. | 16 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 127-137 |
| Keyword | ผ้าทอ, การผลิต, ลมร้อน, เหนี่ยวนำ, รอยเชื่อม |
| URL Website | https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/RMUTP/index |
| Website title | วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
| ISSN | 2651-1096 |
| Abstract | ผ้าทอทางสถาปัตยกรรมได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนมีคุณสมบัติที่โดดเด่นทำให้สถาปนิกและวิศวกรนำมาออกแบบและใช้งานกับอาคารสำคัญต่าง ๆ ทั่วโลก แต่ปัญหาที่พบคือผ้าทอทางสถาปัตยกรรมจากผู้ผลิตมีขนาดเล็กกว่าความต้องการใช้งาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้จึงต้องนำผ้าทอทางสถาปัตยกรรมมาเชื่อมติดกัน ปัจจุบันวิธีที่นิยมนำมาเชื่อมผ้าทอทางสถาปัตยกรรมคือการเชื่อมเหนี่ยวนำ แต่มีปัญหาด้านการใช้งานหลายประการเพื่อลดปัญหาเหล่านั้นผู้วิจัยจึงสร้างเครื่องเชื่อมลมร้อนมาทดแทนเครื่องเชื่อมเหนี่ยวนำ โดยพิจารณาภาระขาดของรอยเชื่อมซึ่งเป็นตัวแปรที่ใช้บอกความแข็งแรงของรอยเชื่อมและมีความสำคัญยิ่งสำหรับการนำผ้าทอทางสถาปัตยกรรมไปใช้งาน งานวิจัยนี้จึงนำเสนอการเปรียบเทียบภาระขาดของรอยเชื่อมผ้าทอทางสถาปัตยกรรมจากการเชื่อมลมร้อนและเหนี่ยวนำ โดยใช้การออกแบบการทดลองของทากูซิแบบ Orthogonal Arrays L25 ผลการศึกษาพบว่าผ้าทอทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมด้วยลมร้อนมีภาระขาดสูงสุดแนว warp เท่ากับ 95.38 กิโลนิวตันต่อเมตร ส่วนแนว weft มีภาระขาดสูงสุดเท่ากับ 86.17 กิโลนิวตันต่อเมตร และผ้าทอทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมเหนี่ยวนำมีภาระขาดสูงสุดแนว warp เท่ากับ 101.37 กิโลนิวตันต่อเมตร ส่วนแนว weft มีภาระขาดสูงสุดเท่ากับ 97.78 กิโลนิวตันต่อเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาระขาดของรอยเชื่อมจากการเชื่อมผ้าทอทางสถาปัตยกรรมทั้งสองวิธีแตกต่างกันไม่มากจึงสามารถนำการเชื่อมด้วยลมร้อนมาทดแทนการเชื่อมเหนี่ยวนำได้ |