|
ทฤษฎีตัวยู |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | วนิดา ผาระนัด |
| Title | ทฤษฎีตัวยู |
| Publisher | สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม |
| Journal Vol. | Vol.2 |
| Journal No. | No.2 |
| Page no. | 29 |
| Keyword | ทฤษฎีตัวยู |
| ISSN | ISSN:2350-9783 |
| Abstract | การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ต้องยึดหลักว่านักเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2543) การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลานั้น จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รู้จักค้นหา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม มีความแตกต่างจากปัญหาในอดีตมากขึ้น จนวิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมที่เคยนำมาใช้แล้วประสบความสำเร็จ ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก ชาร์เมอร์ (Scharmer. 2007) ได้เสนอทฤษฎีที่จะช่วยแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่เขียนจากการสัมภาษณ์นักปฏิบัติที่มีชื่อชั้นนำของโลกกว่า 150 คน พบว่า มนุษย์ได้ใช้ประสบการณ์และความรู้แบบเดิมๆ มาแก้ปัญหา ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแนวความคิด ความเชื่อ และยังเป็นตัวปิดกั้นความคิดใหม่ๆ เรียกสิ่งนี้ว่า "จุดบอด" ที่เป็นอุปนิสัยที่แสดงออกตามความเคยชิน แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบทันที ใช้การตอบสนองจากความเคยชิน ความรู้ และประสบการณ์แบบเก่า ความรู้ที่นำมาใช้ก็มีลักษณะเป็นการหยิบฉวย จดจำเป็นความรู้แบบลอกเลียนกันไปมา ถูกนำมาใช้โดยไม่ต้องคิดทำให้ปิดกั้นการรับรู้ การพัฒนาความรู้จากภายใน ที่เป็นจุดเกิดของจิตสำนึก และปัญญา ที่ทำให้เกิดความรู้ใหม่ ทางเลือกใหม่ๆที่หลากหลาย ไม่ให้เจริญงอกงาม ชาร์เมอร์ได้เสนอสมการขึ้นมาใหม่โดยยืดเส้นตรงของสมการโต้ตอบทันทีให้ยาวขึ้นเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับระงับการใช้ความรู้แบบลอกเลียนไว้ที่เส้นสมการใหม่ ซึ่งเอนตัวกลายเป็นรูปตัวยูช่วยในการชะลอ ระงับปฏิกิริยาตอบโต้ทันทีทันใด ทำให้มีเวลาคิด พิจารณา ใคร่ครวญนานยิ่งขึ้นยิ่งเส้นสมการใหม่ยาวมากเท่าไรก็มีพื้นที่สำหรับการคิดพิจารณา ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ มีสติ สามารถมองหาทางเลือกอื่นๆได้มากขึ้น ทางออกตามทฤษฎีตัวยู คือ เปิดจิต (open mind) เปิดใจ (open heart) และเปิดเจตน์จำนง (open will) |