|
การพัฒนาเครื่องมือวัดตัวแปรที่มีความอ่อนไหว: การประยุกต์อาร์อาร์ทีและเอสดีเอสในการวัดเจตคติของครูต่อเพศวิถี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ภาณุวัฒน์ เข็มกลัด |
| Title | การพัฒนาเครื่องมือวัดตัวแปรที่มีความอ่อนไหว: การประยุกต์อาร์อาร์ทีและเอสดีเอสในการวัดเจตคติของครูต่อเพศวิถี |
| Contributor | วรรณี แกมเกตุ, เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์ |
| Publisher | คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารวิธีวิทยาการวิจัย |
| Journal Vol. | 34 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 1-19 |
| Keyword | ตัวแปรที่มีความอ่อนไหว, เทคนิคการตอบสนองแบบสุ่มร่วมกับคําถามที่ไม่เกี่ยวข้อง, มาตรวัดความต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคม, เจตคติของครูที่มีต่อเพศวิถี, sensitive variable, randomized response technique, social desirability scale, teachers’ attitude towards sexuality |
| URL Website | http://research.edu.chula.ac.th/jrm/ |
| Website title | วารสารวิธีวิทยาการวิจัย (Journal of Research Methodology: JRM) |
| ISSN | 2697-4836 |
| Abstract | ประเด็นที่มีความอ่อนไหว (sensitive topic) ในการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์นั้นมีอยู่มากมาย อาทิ พฤติกรรมการเลือกตั้ง หรือการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง พฤติกรรมความไม่ซื่อสัตย์ รวมไปถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเพศหรือเพศวิถี ทั้งพฤติกรรมทางเพศ ความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำแท้ง ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือ ส่วนใหญ่มักจะมีปัจจัยทางสังคม อาทิ ศาสนา จริยธรรม วิถีสังคม และบรรทัดฐานทางสังคม เป็นอิทธิพลเบื้องหลัง โดยส่งผลให้ผู้ตอบจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อประเด็นดังกล่าวนั้นตามที่สังคมปรารถนา ซึ่งแปรผันไปจากความเป็นจริง ดังนั้นผู้วิจัยควรมีแนวทางในการศึกษาประเด็นที่มีความอ่อนไหว การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบเครื่องมือวัดตัวแปรที่มีความอ่อนไหว โดยประยุกต์ใช้เทคนิคการตอบสนองแบบสุ่มรูปแบบร่วมกับคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกัน (RRT) กับมาตรวัดความต้องการเป็นที่ยอมรับทางสังคม (SDS) ในการวัดเจตคติของครูที่มีต่อเพศวิถี และ 2) เพื่อเปรียบเทียบเจตคติของครูที่มีต่อเพศวิถี ระหว่างครูที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน โดยใช้เครื่องมือวัดตัวแปรที่มีความอ่อนไหวที่พัฒนาขึ้น โดยศึกษากับครูที่สอนในระดับมัธยมศึกษา ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 84 คน ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดำเนินการวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานและสถิติอ้างอิง ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทาง การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันการวิเคราะห์ ค่าความเที่ยงด้วยสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค การตรวจสอบการทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบ และการวิเคราะห์เพื่อประมาณค่าคะแนนข้อคำถามรายข้อตามเทคนิค RRT ผลการวิจัยหลักที่สำคัญมีดังนี้ 1. การพัฒนาเครื่องมือวัดตัวแปรที่มีความอ่อนไหว โดยประยุกต์ RRT และ SDS ในการวัดเจตคติของครูที่มีต่อเพศวิถี เมื่อพิจารณาจากความตรง พบว่า แบบวัดที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับนิยามเชิงปฏิบัติการณ์ และโมเดลการวัดเจตคติของครูที่มีต่อเพศวิถีมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ( chi-square = 3.183, df = 1, p = 0.074, RMSEA = 0.105) ความเที่ยงทั้งฉบับอยู่ในระดับสูง(α = .840) โดยที่ไม่พบข้อคําถามที่มีอคติตามเพศและอายุ และไม่พบความสัมพันธ์กับมาตรวัดความต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (r = 0.186, p = .091) 2. ผลการเปรียบเทียบเจตคติของครูที่มีต่อเพศวิถีระหว่างครูที่มีเพศและอายุแตกต่างกันพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ.05 โดยครูผู้ที่มีความหลากหลาย ทางเพศมีระดับเจตคติสูงที่สุด รองลงมาคือครูเพศชายและครูเพศหญิงตามลําดับ นอกจากนี้พบว่า 1) ครูที่มีอายุน้อยกว่า 31 ปีมีคะแนนเจตคติสูงกว่าครูที่มีอายุ 41-50 ปีและครูที่มีอายุมากกว่า 50 ปี 2) ครูที่มีอายุ 31-40 ปีมีคะแนนเจตคติสูงกว่าครูที่มีอายุ 41-50 ปีและครูที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และ 3) ครูที่มีอายุ 41-50 ปีมีคะแนนเจตคติสูงกว่าครูที่มีอายุมากกว่า 50 ปี |