|
การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของการสร้างอำนาจทางจิตใจของข้าราชการครู |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เทวินทร์ พิมพ์ใจพงศ์ |
| Title | การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของการสร้างอำนาจทางจิตใจของข้าราชการครู |
| Contributor | ปิ่นกนก วงศ์ปิ่นเพ็ชร์ พิบูลแถว, มานพ ชูนิล |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | The Journal of Research and Academics |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 155 |
| Keyword | การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน, การสร้างอำนาจทางจิตใจ, ข้าราชการครู |
| URL Website | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| ISSN | ISSN 2985-0053 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลการสร้างอำนาจทางจิตใจของข้าราชการครูกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรคือข้าราชการครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษ ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด จำนวน 4,901 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 150 คน และได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน โดยสุ่มเลือกจังหวัด โรงเรียน และครูผู้ให้ข้อมูลตามลำดับ เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม มาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 23 ข้อ โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 0.6, 0.8 และ 1 ค่าอำนาจจำแนก รายข้ออยู่ระหว่าง .264 ถึง .884 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ .939 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสองวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม AMOS ผลการวิจัย พบว่า โมเดลการสร้างอำนาจทางจิตใจของข้าราชการครูมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยไคสแควร์ 2 = 247.245, df = 218, ค่าสถิติไคสแควร์สัมพัทธ์ (2/df) = 1.134, p = .085, CFI = .957, TLI = .950 และ RMSEA = .030 โดยประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การให้ความหมาย มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบเท่ากับ 1.000 (2) ความสามารถ มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบเท่ากับ .744 (3) การกำหนดตนเอง มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบเท่ากับ .747 และ (4) ผลกระทบ มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบเท่ากับ .915 ดังนั้นแบบวัดการสร้างอำนาจทางจิตใจของข้าราชการครูได้ผ่านการยืนยันเชิงโครงสร้างสร้างจากงานวิจัยนี้ สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือประเมินเชิงจิตวิทยาในสถานศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการสร้างอำนาจทางจิตใจของข้าราชการครูต่อไป และสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลสมการโครงสร้างเพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการสร้างอำนาจทางจิตใจกับตัวแปรอื่นที่เกี่ยวข้อง |