ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
รหัสดีโอไอ
Creator ธวัชชัย สุนทรนนท์
Title ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
Contributor -
Publisher มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์
Publication Year 2566
Journal Title The Journal of Research and Academics
Journal Vol. 6
Journal No. 4
Page no. 325-340
Keyword ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
URL Website https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index
Website title https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index
ISSN ISSN 2672-9962 (Online)
Abstract บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ศึกษา คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ปีงบประมาณ 2564 จำนวน 274 คน โดยผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 176 คน ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และตรวจสอบความเที่ยง ได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาค 0.88 และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 84.20 และมีเพศชายเพียง ร้อยละ 17.60 มีอายุเฉลี่ย 41.15 ปี สถานภาพส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส/อยู่ด้วยกัน ร้อยละ 64.80 มีระยะเวลาการปฏิบัติงานเฉลี่ยเท่ากับ 15.52 ปี ส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 88.10 ปัจจัยนำด้านความรู้ส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ย 2.84 ด้านทัศนคติส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูงมีค่าเฉลี่ย 2.97 ปัจจัยเอื้อในภาพรวมส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง ค่าเฉลี่ย 2.98 และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านสภาพ แวดล้อมภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง ค่าเฉลี่ย 2.61 ด้านโครงการส่งเสริมสุขภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 2.38 ปัจจัยเสริมในภาพรวมส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 2.25 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการได้รับข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพจากสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 2.30 ด้านการได้รับคำแนะนำสนับสนุนจากบุคคลต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 2.39 และระดับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพส่วนใหญ่อยู่ระดับสูง ค่าเฉลี่ย 2.77 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า ปัจจัยนำด้านความรู้มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) ปัจจัยนำด้านทัศนคติ ปัจจัยเอื้อและปัจจัยเสริม ไม่พบความสัมพันธ์ทางสถิติ (p-value = 0.883), (p-value = 0.068) และ (p-value = 0.990) ตามลำดับ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ