ศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
รหัสดีโอไอ
Creator อนงค์นาฏ แก้วไพฑูรย์
Title ศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
Contributor ปัญญา พรหมบุตร
Publisher มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์
Publication Year 2563
Journal Title The Journal of Research and Academics
Journal Vol. 3
Journal No. 3
Page no. 55-68
Keyword พฤติกรรมการเรียนรู้, เด็กและเยาวชน, นโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
URL Website https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index
Website title https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index
ISSN ISSN 2672-9490 (Print), ISSN 2672-9962 (Online)
Abstract บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง 2. ศึกษาการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ และ 3. วิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ที่มีความสัมพันธ์กับสื่อสร้างสรรค์ ใช้ระเบียบวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณดำเนินการตามวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรเป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดนครสวรรค์ 5 โรงเรียน จำนวนประชากรทั้งหมด 3,167 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 355 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามพฤติกรรมการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยค่าความถี่ และค่าร้อยละ วิเคราะห์แบบสอบถาม โดยใช้มาตราประมาณค่า ตามแบบของ Likert วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. การวิจัยเชิงคุณภาพศึกษาจากเอกสารและข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจำนวน 15 คน ผ่านการบันทึกข้อมูลภาคสนาม โดยผู้วิจัยได้บันทึกข้อมูลจากการสัมภาษณ์นำข้อมูลที่ได้มาเสนอโดยการพรรณนาอย่างละเอียดใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษาภาคเหนือตอนล่างทั้ง 5 โรงเรียน ประกอบไปด้วยโรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม โรงเรียนชุมแสงชนูทิศ โรงเรียนแม่วงก์พิทยา โรงเรียนบึงบอระเพ็ดวิทยา โรงเรียนโกรกพระ พบว่า พฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ? =3.98) 2. ผลการศึกษาและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ทั้ง 5 โรงเรียน พบว่า มีการพัฒนา 1) ด้านบริบทโครงสร้างประกอบด้วย การปรับโครงสร้างหลักสูตร การบริหารจัดการเวลาเรียน การสร้างความเข้าใจกับครูในการปฏิบัติงาน การจัดทำโครงสร้างเวลาเรียน การประสานงานร่วมกับชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ จัดแสดงผลงานของนักเรียน โดยมีการนิเทศ กำกับและติดตามผลของการจัดกิจกรรม "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" 2) การพัฒนาด้านกระบวนการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ได้พัฒนาพฤติกรรมการเรียนรู้ ด้านปัญญา (พุทธพิสัย) พฤติกรรมการเรียนรู้ ด้านจิตใจ (จิตพิสัย) และพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านทักษะปฏิบัติ (ทักษะพิสัย) 3) การพัฒนากิจกรรมที่มีความสัมพันธ์กับสื่อสร้างสรรค์ คือ ตัวบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ ในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ 3. ผลการวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ที่มีความสัมพันธ์กับสื่อสร้างสรรค์กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนทั้ง 5 โรงเรียนนั้นพบว่ากระบวนการเรียนรู้ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ที่มีความสัมพันธ์กับสื่อสร้างสรรค์มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่เสริมทักษะกระบวนการคิดทางด้านปัญญา (พุทธพิสัย) ทักษะกระบวนการพัฒนาจิตใจคุณธรรมจริยธรรม (จิตพิสัย) ทักษะการปฏิบัติในการทำงาน (ทักษะพิสัย) ในทุกกิจกรรม
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ