|
การพัฒนาเครื่องบันทึกเพื่อตรวจติดตามอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในโรงเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นบ้าน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ทรงศักดิ์ มีสิทธิ์ |
| Title | การพัฒนาเครื่องบันทึกเพื่อตรวจติดตามอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในโรงเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นบ้าน |
| Contributor | สุพัตรา วะยะลุน, ปฏิวัติ อาสาเสน, พิทักษ์ แสนกล้า, วีระนันต์ วิบูลย์อรรถ, รัติยา ธานี |
| Publisher | คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 39-48 |
| Keyword | การตรวจติดตามอุณหภูมิ, ความชื้นสัมพัทธ์, อีเอสพี8266 |
| URL Website | https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/journalindus |
| Website title | วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ |
| ISSN | ISSN (Online) 3027-6322, ISSN (Print) 3027-6314 |
| Abstract | การควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้สภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมหรับการเลี้ยงไหมเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของหนอนไหมทุกช่วงวัย ดังนั้นเครื่องมือตรวจวัด บันทึกอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ที่สามารถแสดงผลบนสมาร์ทโฟนจึงเป็นส่วนช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมสามารถควบคุมคุณภาพของผลผลิตในราคาไม่สูง โดยมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับเครื่องจากต่างประเทศ โดยมีโครงสร้างการทำงานได้แก่ด้วยโครงสร้างการทำงานที่สำคัญ ได้แก่ ไมโครคอนโทรเลอร์ NodeMCU ESP8266 WiFi ระบบเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (DHT11) ระบบจะแสดงผลบน Google Sheet ในงานนี้วิจัยได้ทำการทดลองในโรงเลี้ยงหนอนไหมวัยอ่อน โดยห้องมีขนาด 3 x 4 เมตร โดยมีการกำหนดการทดลองตั้งแต่วันที่ 28 – 30 มกราคม 2566 ผลการทดสอบความแม่นยำและความเที่ยงตรงในการใช้งาน พบว่าในส่วนของอุณหภูมิ หน่วยเป็น °C มีอุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ โดยเปรียบเทียบกับเซนเซอร์ของเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นของบริษัท NECTEC รุ่น NEB6500 มีเปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดเฉลี่ยเท่ากับ 3.93% และในส่วนของความชื้นสัมพัทธ์โดยเฉลี่ย 69.43 RH (Relative Humidiny) มีเปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดเฉลี่ยเท่ากับ 1.62% ซึ่งอยู่ในช่วงที่ไม่สูงมากนัก ในด้านต้นทุนโดยประมาณในการพัฒนาเครื่องต้นแบบ เท่ากับ 500 บาท มีราคาต่ำกว่าเซนเซอร์ที่วัดอุณหภูมิและความชื้นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ประมาณ 94 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น หากนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์จะช่วยลดต้นทุนในการผลิตอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมากมาย |