การจัดเก็บข้อมูลพระพุทธรูปโบราณ ในรูปแบบวัตถุเสมือนจริง 3 มิติด้วยเทคนิคโฟโตแกรมเมทรีเพื่อการอนุรักษ์
รหัสดีโอไอ
Creator ยุทธศักดิ์ ทองแสน
Title การจัดเก็บข้อมูลพระพุทธรูปโบราณ ในรูปแบบวัตถุเสมือนจริง 3 มิติด้วยเทคนิคโฟโตแกรมเมทรีเพื่อการอนุรักษ์
Contributor รัตนโชติ เทียนมงคล
Publisher คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
Publication Year 2566
Journal Title วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
Journal Vol. 8
Journal No. 1
Page no. 1-16
Keyword วัตถุเสมือนจริง3มิติ, โฟโตแกรมเมทรี, การถ่ายภาพ
URL Website https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/journalindus
Website title วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ISSN ISSN (Online) 2730-4027;ISSN (Print) 2586 - 9353
Abstract บทความนี้เสนอวิธีการจัดเก็บข้อมูลพระพุทธรูปโบราณในรูปแบบวัตถุเสมือนจริง 3 มิติด้วยเทคนิคโฟโตกราเมตทรีเพื่อการอนุรักษ์ โดยการสร้างวัตถุเสมือนจริง 3 มิติ ของพระพุทธโบราณด้วยภาพถ่ายดิจิตอล ดำเนินงานภายใต้โครงสร้างและหลักการทำงานด้วยภาพถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลในระยะต่าง ๆ โดยใช้เลนส์ความยาวโฟกัสคงที่ ขนาด 30 มิลลิเมตร ความละเอียดของภาพ 24 ล้านจุดภาพ ทำการตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Adobe lightroom แล้วนำภาพถ่ายที่ได้มาประมวลผลเพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติ ด้วยโปรแกรม reality capture บนระบบปฏิบัติการวินโดว์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลภาพเฉพาะทางและหน่วยความจำสำรองที่รองรับการประมวลผลภาพ 3 มิติ ซึ่งผู้เขียนใช้วิธีการคัดเลือกพระพุทธรูปโบราณ พุทธศิลป์ล้านช้างแบบเจาะจงเพื่อเป็นต้นแบบสำหรับสร้างชุดข้อมูลรูปภาพ โดยกำหนดพื้นที่ที่ใช้ในการถ่ายภาพ 2 พื้นที่ คือ บริเวณพื้นที่กลางแจ้งเพื่อใช้แสงแดดให้เป็นแหล่งกำเนิดแสงตามธรรมชาติและพื้นที่ในร่มที่มีแสงน้อยและใช้ไฟสตูดิโอแบบต่อเนื่องในอัตราแสงขาวให้เป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่าง เพื่อทำการเปรียบเทียบคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ โดยการถ่ายภาพจะต้องมีความคมชัดทั่วทั้งภาพมุมมองของรูปภาพจะต้องมีทั้งหมด 3 ระดับคือ 1)ระดับล่าง 2)ระดับกลาง และ 3)ระดับบน เพื่อทำให้มีจุดเชื่อมระหว่างรูปภาพที่สามารถเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้ ผลจากการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ เมื่อทำการประมวลผลภาพด้วยเทคนิคโฟโตแกรมเมทรี ด้วยโปรแกรม reality capture ผลปรากฏว่าวัตถุเสมือนจริง 3 มิติ ที่ได้จากชุดข้อมูลรูปภาพที่ถ่ายกลางแจ้งในปริมาณแสงที่เพียงพอ จะได้คุณภาพของวัตถุเสมือนจริง 3 มิติ มากกว่าในพื้นที่ที่มีแสงน้อยซึ่งในสถานที่แสงสว่างน้อยจะเกิดจุดรบกวน (Noise) บนรูปภาพทำให้โปรแกรม reality capture คำนวณภาพวัตถุเสมือนจริง 3 มิติ ออกมาได้ไม่สมบูรณ์ ฉะนั้นการจัดเก็บข้อมูลพระพุทธรูปโบราณในรูปแบบวัตถุเสมือนจริง 3 มิติ ด้วยเทคนิคโฟโตแกรมเมทรีเพื่อการอนุรักษ์ จะต้องได้ชุดข้อมูลรูปภาพที่มีความชัดเจนและไม่มีจุดรบกวนบนรูปภาพเพื่อทำการประมวลผลให้ได้วัตถุเสมือนจริง 3 มิติที่มีความสมบูรณ์ใกล้เคียงกับต้นแบบมากที่สุด
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ