|
การพัฒนาการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานงานไม้ ปฏิบัติการเชิงลึกสำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | บรรจงศักดิ์ พิมพ์ทอง |
| Title | การพัฒนาการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานงานไม้ ปฏิบัติการเชิงลึกสำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม |
| Publisher | Walailak University |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | Walailak Journal of Learning Innovations |
| Journal Vol. | 6 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 165-194 |
| Keyword | การพัฒนาการเรียนการสอน, พื้นฐานงานไม้ เชิงปฏิบัติการแบบเข้ม, ทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/jliwu |
| Website title | Walailak Journal of Learning Innovations |
| ISSN | 2730-1508 |
| Abstract | โครงการวิจัย การพัฒนาการเรียนการสอนพื้นฐานงานไม้ ปฏิบัติการเชิงลึก สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยใช้ทฤษฎีของ บลูม มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ เพื่อพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานงานไม้ของหลักสูตร กลุ่มสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ เพื่อหาความคิดเห็นของผู้เรียนที่พัฒนาทางด้านสติปัญญา ได้แก่ ความจำ ความเข้าใจ การประยุกต์ การวิเคราะห์สังเคราะห์ การประเมินค่า และความคิดสร้างสรรค์ และเพื่อหาความความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการออกแบบด้านวิชาชีพการออกแบบและด้านการทดสอบความแข็งแรงของเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1-2 ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบ มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ จำนวน 30 คน ขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีดังนี้ ขั้นที่1 การพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนใช้ทฤษฎีของ บลูม ผสมผสานกับหลักการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ทฤษฎีของ John F. Pile สร้างเครื่องมือใช้ในการวิจัย คือ แผนการสอน ออกแบบบทเรียน ขั้นที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ บทเรียนที่ผู้วิจัยออกแบบ เอกสารประกอบการสอน สื่อการสอน และวิธีการสอน ขั้นที่ 3 หาความคิดเห็นจากผู้เรียน 30 คน ก่อเกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา 6 ด้าน ได้แก่ ความจำ ความเข้าใจ การประยุกต์ การวิเคราะห์ การประเมินค่า และความคิดสร้างสรรค์ ขั้นที่ 4 หาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการออกแบบ ด้านวิชาชีพการออกแบบ และการทดสอบความแข็งแรง ผลของการวิจัยพบว่า ผลการประเมินโดยผู้เรียน 30 คน ทำให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา ทั้ง 6 ด้านได้แก่ ความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การประยุกต์ การวิเคราะห์ การประเมินค่าและความคิดสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.58 อยู่ในระดับ ดีมาก ผลจากการประเมินโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 ท่าน ด้านโครงสร้างความแข็งแรง ในด้านประโยชน์ใช้สอย และด้านการประหยัดวัสดุ มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.25 ค่า อยู่ในระดับ ดี ผลการทดสอบด้านความแข็งแรงของเก้าอี้ม้านั่งแบบ B ผ่านเกณฑ์ ม.อ.ก.7173 |