|
รัฐศาสตร์ในจิตรกรรม: การวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ กรณีศึกษา จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดบุญวาทย์วิหาร จังหวัดลำปาง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อนันต์ อุปสอด |
| Title | รัฐศาสตร์ในจิตรกรรม: การวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ กรณีศึกษา จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดบุญวาทย์วิหาร จังหวัดลำปาง |
| Contributor | ศยามล อินทิยศ |
| Publisher | คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | มนุษยสังคมสาร (มสส.) |
| Journal Vol. | 24 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 161-173 |
| Keyword | รัฐศาสตร์ในจิตรกรรม, วัดบุญวาทย์วิหาร พระอารามหลวง, อุดมการณ์ทางการเมือง, ธรรมราชา, รัฐศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ |
| URL Website | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhusoc |
| Website title | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhusoc/article/view/301738 |
| ISSN | 2774-1451 |
| Abstract | การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์แนวคิดทางรัฐศาสตร์ที่สะท้อนอยู่ในจิตรกรรมฝาผนัง 2) ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างจิตรกรรมกับบริบททางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในช่วงเวลาที่สร้างสรรค์ และ 3) เสนอแนวทางการใช้ศิลปะจิตรกรรมเป็นเครื่องมือในการศึกษารัฐศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มเฉพาะกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านพระพุทธศาสนา รัฐศาสตร์ สังคม และศิลปกรรม ผลการวิจัยพบว่า 1) จิตรกรรมฝาผนังวัดบุญวาทย์วิหาร จำนวน 81 ภาพ มิได้ทำหน้าที่เพียงการบอกเล่าพุทธประวัติและชาดก แต่ยังทำหน้าที่เป็น “บทความทางการเมือง” ที่สะท้อนอุดมการณ์ทางการเมืองและความสัมพันธ์เชิงอำนาจ โดยเฉพาะอุดมการณ์ “ธรรมราชา” ที่เน้นย้ำความชอบธรรมของผู้ปกครองผ่านคุณธรรมและการเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก 2) ในมิติทางเศรษฐกิจ ภาพเขียนสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจทางโลกและเศรษฐกิจแห่งบุญผ่านการสละทรัพย์สินเพื่อค้ำจุนศาสนา ขณะที่ในมิติสังคม จิตรกรรมทำหน้าที่เป็น “เอกสารทางสังคม” ที่บันทึกโครงสร้าง ค่านิยม และการเปลี่ยนแปลงของอำนาจการปกครองในช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงที่ลำปางอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต 3) จิตรกรรมฝาผนังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารทางการเมืองและเป็นสื่อการเรียนการสอนรัฐศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้เข้าใจถึงพลวัตความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับศาสนาและสังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม |