|
รูปแบบการพัฒนาทักษะการบริหารงานวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยราชภัฏ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ครุปกรณ์ ละเอียดอ่อน |
| Title | รูปแบบการพัฒนาทักษะการบริหารงานวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยราชภัฏ |
| Contributor | สมบูรณ์ ตันยะ, สงวนพงศ์ ชวนชม |
| Publisher | คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | มนุษยสังคมสาร (มสส.) |
| Journal Vol. | 21 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 301-322 |
| Keyword | ผู้บริหารงานวิจัย, การวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น, ทักษะการบริหารงานวิจัย |
| URL Website | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhusoc/index |
| Website title | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhusoc/article/view/269228/179665 |
| ISSN | 2774-1451 |
| Abstract | การบริหารงานวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในมหาวิทยาลัยต้องดำเนินการให้ไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จ ผู้บริหารจึงต้องมีความรู้ ความชำนาญในการบริหารจัดการงานวิจัยให้มีประสิทธิภาพ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาทักษะ การบริหารงานวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ดำเนินการวิจัยเป็น 4 ระยะดังนี้ 1) การสร้างกรอบแนวคิดเกี่ยวกับทักษะการบริหารงานวิจัย เชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญโดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง จำนวน 5 คน 2) การศึกษาทักษะการบริหารงานวิจัย เชิงปริมาณกลุ่มประชากรได้แก่ผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยหรือการส่งเสริมการวิจัยในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ปีการศึกษา 2565 จำนวน 1,102 คน โดยวิธีสุ่มแบบหลายขั้นตอน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 285 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.94 พบว่า ทักษะการบริหารด้านการจัดสินใจ การสร้างแรงจูงใจ และการสร้างทีมงานมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด และควรได้รับการพัฒนา 3) การสร้างรูปแบบการพัฒนาทักษะ การบริหารงานวิจัย เชิงคุณภาพใช้ การสนทนากลุ่ม ของผู้ทรงคุณวุฒิโดยเลือกแบบเจาะจง จำนวน 7 คน ตามคุณสมบัติที่กำหนดเพื่อประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ และประเมินภาพรวมความเหมาะสมของรูปแบบพบว่ามีค่าเฉลี่ยในระดับมากที่สุด และ 4) การประเมินความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้บริหารในมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยวิธีสุ่มแบบเจาะจง จำนวน 50 คน ใช้แบบสอบถามแบบมีโครงสร้าง 5 ระดับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ผลการวิจัยพบว่าโดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และมากที่สุด |