การรักษาภาวะดีเคเอในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ตามแนวทางการรักษาของสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย ปี 2563
รหัสดีโอไอ
Creator พิริยา จันทราธรรมชาติ
Title การรักษาภาวะดีเคเอในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ตามแนวทางการรักษาของสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย ปี 2563
Contributor แสงแข บุญรอด
Publisher สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
Publication Year 2564
Journal Title Journal of Emergency Medical Services of Thailand
Journal Vol. 1
Journal No. 2
Page no. 171-183
Keyword ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับเลือดเป็นกรด, ภาวะสมองบวม, ภาวะ hyperchloremic metabolic acidosis, ภาวะ persistent acidosis
URL Website www.niems.go.th
Website title สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
ISSN 27730978 (online)
Abstract ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับเลือดเป็นกรด (diabetic ketoacidosis, DKA) เป็นภาวะฉุกเฉินเฉียบพลันที่พบในผู้ป่วยเบาหวาน จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิต การรักษามีหลายแนวทางโดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีได้ใช้แนวทางการรักษาของสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย ปี 2563 เป็นหลัก การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการรักษาและภาวะแทรกซ้อนจากภาวะ DKA ในเด็กและวัยรุ่นที่เข้ารับการรักษาในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ปี 2563 เป็นการศึกษาย้อนหลังเชิงพรรณนา โดยศึกษาข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เก็บข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่ วย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ การรักษา และภาวะแทรกซ้อนที่พบ นำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบผู้ป่วยภาวะ DKA จำนวน 31 ราย เกิดภาวะ DKA ทั้งหมด 37 ครั้ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระดับรุนแรง (27 ราย, ร้อยละ 73) เป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จำนวน 28 ราย (ร้อยละ 90) และเป็นผู้ป่วยที่วินิจฉัยเบาหวานครั้งแรก 20 ราย (ร้อยละ 54) อาการนำที่พบส่วนใหญ่ คือ การขาดน้ำ (ร้อยละ 92) หายใจหอบ (ร้อยละ 76) อาเจียน (ร้อยละ 73) มีปัจจัยกระตุ้นที่พบมากสุด คือ การติดเชื้อ (ร้อยละ78) ผู้ป่วยเบาหวานรายเดิมพบปัจจัยจากการฉีดอินซูลินไม่สม่ำเสมอหรือขาดยา 11 ราย (ร้อยละ 30) ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการคัดกรองเข้ารักษาในแผนกฉุกเฉิน และได้รับสารน้ำทดแทนในช่วงแรกด้วย 0.9%NaCl ใน 1-2 ชั่วโมงแรก เริ่มได้รับอินซูลินทางหลอดเลือดดำเฉลี่ย 1.4 ชั่วโมง ขนาด 0.1 unit/kg/hour (ร้อยละ 70) ระยะเวลาเฉลี่ยที่พ้นภาวะ DKA คือ 14.8?5.8 ชั่วโมง ภาวะแทรกซ้อนที่พบ คือ โพแทสเซียมในเลือดต่ำพบได้มากที่สุด คือ 23 ราย (ร้อยละ 62) hyperchloremic metabolic acidosis พบ 14 ราย (ร้อยละ 37.8) persistent acidosis 6 ราย (ร้อยละ 16) พบผู้ป่วยมีภาวะสมองบวม 2 ราย และไตวายเฉียบพลัน 2 ราย ไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิต ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะ DKA คือ การติดเชื้อ และการขาดยาในผู้ป่วยเบาหวานเดิม การให้ความรู้และทักษะในการดูแลตนเองแก่ผู้ป่วยจะช่วยลดการเกิดภาวะ DKA ได้ แสดงว่าการรักษาภาวะ DKA ตามแนวทางของสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย ปี 2563 ยังสามารถพบภาวะแทรกซ้อนได้ จำเป็นต้องมีการติดตามและเฝ้าระวังในผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดระหว่างการรักษา
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ