เวลาและอุณภูมิของสารเร่งปฏิกิริยาจากเปลือกหอยแครงที่มีผลต่อระยะลึกผิวเเข็งด้วยกระบวนการแพ็กคาร์เบอไรซิง
รหัสดีโอไอ
Creator มาโนช ริทินโย
Title เวลาและอุณภูมิของสารเร่งปฏิกิริยาจากเปลือกหอยแครงที่มีผลต่อระยะลึกผิวเเข็งด้วยกระบวนการแพ็กคาร์เบอไรซิง
Contributor ภูมิบุญ พลต้าง, พงษ์ศักดิ์ นาใจคง, สมบัติ น้อยมิ่ง
Publisher คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
Publication Year 2568
Journal Title วารสารวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม
Journal Vol. 18
Journal No. 2
Page no. 55-65
Keyword กระบวนการแพ็กคาร์เบอไรซิง, ถ่านกะลามะพร้าว, เปลือกหอยแครง, ระยะลึกผิวแข็ง
URL Website https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/eng_ubu
Website title เว็บไซต์วารสารวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม
ISSN 2774-1281 (Online)
Abstract งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าความแข็งและระยะลึกผิวแข็งของเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำที่ผ่านการชุบแข็งด้วยกระบวนการแพ็กคาร์เบอไรซิง โดยใช้ผงถ่านเพิ่มคาร์บอนจากกะลามะพร้าวผสมกับสารเร่งปฏิกิริยาจากเปลือกหอยแครง เพื่อหาปัจจัยที่เหมาะสมต่อค่าความแข็งและระยะลึกผิวแข็งของชิ้นทดสอบ ปัจจัยในการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัย 3 ระดับ โดย ปัจจัยแรก คือ อุณหภูมิอบเพิ่มคาร์บอน ได้แก่ 900, 950 และ 1,000 องศาเซลเซียส ปัจจัยที่สอง คือ เวลาอบเพิ่มคาร์บอน ได้แก่ 2, 4 และ 6 ชั่วโมง ชิ้นทดสอบที่ผ่านการอบเพิ่มคาร์บอนที่ผิวแล้วจะถูกนำไปทำการชุบแข็งด้วยอุณหภูมิที่ทำให้เป็นออสเทนไนต์ 780 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที แล้วจุ่มชุบในน้ำทันที จากนั้นนำไปอบคืนตัวที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 60 นาที แล้วปล่อยให้เย็นตัวในอากาศ ชิ้นทดสอบจะถูกนำมาทดสอบความแข็งด้วยวิธีไมโครวิกเกอร์สตามแนวความลึกจากขอบผิวชิ้นทดสอบ ผลจากการวิเคราะห์หาค่าความแข็งที่ผิว และระยะลึกผิวแข็งตามมาตรฐาน พบว่า ค่าความแข็งที่ผิวของอุณหภูมิ 1,000 องศาเซลเซียส เวลา 6 ชั่วโมง 861 HV และระยะลึกผิวแข็งอยู่ที่ 1.92 มิลลิเมตร โดยการเพิ่มคาร์บอนจากถ่านกะลามะพร้าวผสมสารกับเร่งปฏิกิริยาจากเปลือกหอยแครงสามารถนำมาใช้ในกระบวนการแพ็กคาร์เบอไรซิงได้
งานวิจัยและบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ