|
พะเยาทีวีชุมชน: เครือข่ายทางสังคม วาทกรรมการปฏิรูปสื่อและปฏิบัติการทางวาทกรรม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุพรรณี เบอร์แนล |
| Title | พะเยาทีวีชุมชน: เครือข่ายทางสังคม วาทกรรมการปฏิรูปสื่อและปฏิบัติการทางวาทกรรม |
| Publisher | คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า |
| Journal Vol. | 3 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 31-54 |
| Keyword | ทีวีชุมชน, วาทกรรม, ปฏิบัติการทางวาทกรรม, เครือข่ายทางสังคม, Community TV, Discourse, Discursive Practice, Social Network |
| ISSN | 2392-5566 |
| Abstract | ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์มาตั้งแต่พ.ศ. 2540 จนถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่ระบุให้คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรการสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะนำมาซึ่งการออกพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่กำหนดภาคส่วนที่จะเข้าถึงและเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ ได้แก่ ภาครัฐ ภาคทุน และภาคชุมชน (ภัทรา บุรารักษ์, 2557, น.1) ชัยชนะแรกของภาคชุมชนภายหลังการปฏิรูปสื่อ คือ การได้ครอบครองและเป็นเจ้าของคลื่นวิทยุกระจายเสียงในนาม "วิทยุชุมชน" ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากขาดกฎ ระเบียบ และแนวทางการกำกับดูแลวิทยุชุมชนที่ชัดเจนจึงทำให้เกิดภาวะควบคุมไม่ได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ด้านลบต่อภาคชุมชนในการเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ แม้ภาครัฐส่วนใหญ่จะไม่มั่นใจในการเข้ามาถือครองคลื่นความถี่ของภาคชุมชน แต่หลายภาคส่วนในสังคมยังคงเดินหน้าเคลื่อนไหวเพื่อลดการผูกขาดสื่อโดยภาครัฐ และภาคทุนด้วยการสร้างสื่อทางเลือกและขยายแนวคิดไปสู่ช่องทางใหม่ของการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่เรียกว่า "ทีวีชุมชน" อย่างต่อเนื่อง เมื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีแผนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกเป็นดิจิทัลให้เสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. 2558 และมีแผนการกระจายการถือครองคลื่นความถี่ให้กับภาคชุมชน จึงนับเป็นโอกาสที่ชุมชนจะเข้ามาใช้คลื่นความถี่เพื่อการสื่อสารในชุมชนอีกครั้ง แต่ปัจจุบัน กสทช. ยังมิได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด อีกทั้งยังระบุว่าการพิจารณาใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคบริการชุมชนจะเริ่มเมื่อมีการยุติระบบแอนะล็อกจากผู้ประกอบการรายเดิม และมีการจัดสรรเงินกองทุนฯ สนับสนุนและความพร้อมของภาคชุมชนว่ามีทรัพยากรที่สามารถจะดำเนินการมากน้อยแค่ไหน เพราะการดำเนินการต้องมีค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าเช่าโครงข่ายสัญญาณ ในขณะที่ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement) ของเครือข่ายทางสังคม "พะเยาทีวีชุมชน" ที่ใช้วาทกรรมการปฎิรูปสื่อในการโต้แย้งกับวาทกรรมหลัก (Dominant Discourse) ขององค์กรรัฐที่เป็นอิสระ (กสทช.) ในเรื่องการเป็นเจ้าของคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์ โดยการสร้างเสริมศักยภาพของภาคชุมชนในการร่วมคิด ร่วมผลิตรายการเพื่อเผยแพร่ทางเคเบิลทีวีท้องถิ่นและสื่อสังคมออนไลน์ จนนำไปสู่การปลดปล่อย (Emancipatory) จากการครอบงำของอำนาจนำ (Hegemony) ของรัฐในท้ายที่สุด |