|
ทัศนคติและการรับรู้ของพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อก้าวเข้าสู่เมืองอัจฉริยะ กรณีศึกษา เขตการปกครองส่วนภูมิภาค ของอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | บัณฑิตา พันธ์มณี |
| Title | ทัศนคติและการรับรู้ของพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อก้าวเข้าสู่เมืองอัจฉริยะ กรณีศึกษา เขตการปกครองส่วนภูมิภาค ของอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี |
| Contributor | สวงค์ เศวตวัฒนา |
| Publisher | คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชมงคลสุวรรณภูมิ |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารบริหารธุรกิจราชมงคลสุวรรณภูมิ |
| Journal Vol. | 2 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 54-72 |
| Keyword | เมืองอัจฉริยะ, ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น |
| URL Website | https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JBURUS/article/view/1079 |
| Website title | https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JBURUS |
| ISSN | 3088-1242 (Online) |
| Abstract | การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการรับรู้และทัศนคติที่มีต่อเมืองอัจฉริยะของพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อก้าวเข้าสู่เมืองอัจฉริยะเขตการปกครองส่วนภูมิภาค และ 3) ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความแตกต่างกันกับความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อก้าวเข้าสู่เมืองอัจฉริยะเขตการปกครองส่วนภูมิภาค ของอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ พนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1,166 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ได้จำนวน 400 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบสะดวก (Convenience Sampling) เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า ระดับการรับรู้และทัศนคติที่มีต่อเมืองอัจฉริยะของพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก สำหรับระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อก้าวเข้าสู่เมืองอัจฉริยะเขตการปกครองส่วนภูมิภาคโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อทดสอบสมมติฐานเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ปัจจัยด้านเพศ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยเพศหญิงมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเพศชาย โดยเฉพาะด้านความรวดเร็วในการให้บริการด้วยเทคโนโลยี ในขณะที่ปัจจัยด้าน อายุ ระดับการศึกษา ระยะเวลาการปฏิบัติงาน สังกัดองค์กร และหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน พบว่าไม่ส่งผลให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานมีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า การรับรู้และทัศนคติที่มีต่อเมืองอัจฉริยะ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานในการก้าวเข้าสู่เมืองอัจฉริยะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ |