โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของแรงจูงใจ และวัฒนธรรมความเป็นชายที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันในงาน และส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติงานของครูในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร
รหัสดีโอไอ
Creator ลลิดา เกษมเนตร
Title โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของแรงจูงใจ และวัฒนธรรมความเป็นชายที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันในงาน และส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติงานของครูในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร
Contributor นิสดารก์ เวชยานนท์
Publisher สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มศว
Publication Year 2561
Journal Title วารสารพฤติกรรมศาสตร์
Journal Vol. 24
Journal No. 2
Page no. 135-156
Keyword โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ, แรงจูงใจ, วัฒนธรรมความเป็นชาย, ความผูกพันในงาน, สมรรถนะในการปฏิบัติงาน
URL Website http://bsris.swu.ac.th/journal/240261/index_index.html
Website title วารสารพฤติกรรมศาสตร์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม 2561
ISSN 1686-1442
Abstract การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของแรงจูงใจ และวัฒนธรรมความเป็นชายที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันในงาน และส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติงานของครูในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร โดยผู้วิจัยใช้การวิจัยแบบผสานวิธีโดยการศึกษาไปพร้อม ๆ กันโดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณเป็นงานวิจัยหลัก และใช้การวิจัยเชิงคุณภาพเป็นงานวิจัยเสริมเพื่อเพิ่มมุมมอง โดยกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยเชิงปริมาณ ผู้วิจัยได้แจกแบบสอบถามกับครูสพฐ. ในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน 272 คน ส่วนผู้ให้ข้อมูลหลักของการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นครูกลุ่มเดิม จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามกับแบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำเร็จรูป LISREL และการวิเคราะห์เนื้อหาสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการวิจัยเชิงปริมาณ ผลการวิจัยพบว่าแรงจูงใจ วัฒนธรรมความเป็นชาย และความผูกพันในงานร่วมกันอธิบายสมรรถนะในการปฏิบัติงานได้ร้อยละ 75 ซึ่งตัวแปรสำคัญที่อธิบายได้มากที่สุด คือ ความผูกพันในงาน รองลงมา คือ วัฒนธรรมความเป็นชาย ส่วนแรงจูงใจมีค่าอิทธิพลทางตรงเป็นบวก แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 2. ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะในการปฏิบัติงานของครูประกอบด้วย 1) แรงจูงใจ ได้แก่ การให้รางวัลทางการเงิน 2) วัฒนธรรมองค์การ ได้แก่ ความเป็นพี่เป็นน้อง 3) ความผูกพันในงาน ได้แก่ การสนับสนุนทางกายภาพ4) สมรรถนะในการปฏิบัติงาน ได้แก่ ทักษะในการสอน 3. การเปรียบเทียบผลการวิจัยระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ตัวแปรที่ศึกษาทั้ง 4 ตัวแปรไม่มีประเด็นที่เหมือนกัน มีแต่ประเด็นที่ต่างกัน ประกอบด้วย1) แรงจูงใจ ประเด็นที่ต่างกัน คือ การทำให้งานมีความสำคัญกับการให้รางวัลทางการเงินต่างๆ 2) วัฒนธรรมความเป็นชาย ประเด็นที่ต่างกัน คือ วัฒนธรรมความเป็นชายกับวัฒนธรรมความเป็นพี่เป็นน้อง 3) ความผูกพันในงาน ประเด็นที่ต่างกัน คือ Psychological Safety (Guarantees) กับการสนับสนุนทางกายภาพ 4) สมรรถนะในการปฏิบัติงาน ประเด็นที่ต่างกัน คือ การรับรู้บทบาทในงานกับทักษะในการสอน
Journal of Behavioral Science

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ