|
การพัฒนาระบบบริการด่านหน้าทางห้องปฏิบัติการ สถาบันบำราศนราดูร ด้วยหลักการ Smart Hospital |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นฤมล ทันประโยชน์ |
| Title | การพัฒนาระบบบริการด่านหน้าทางห้องปฏิบัติการ สถาบันบำราศนราดูร ด้วยหลักการ Smart Hospital |
| Contributor | ภาวิตา สุวรรณวัฒนะ, ธนิตา ฤกษ์เฉลิม |
| Publisher | สถาบันบำราศนราดูร |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารสถาบันบำราศนราดูร |
| Journal Vol. | 19 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 197-207 |
| Keyword | ระบบโรงพยาบาลอัจฉริยะ, บริการด่านหน้าทางห้องปฏิบัติการ, คุณภาพบริการ, สถาบันบำราศนราดูร |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/ |
| Website title | thaijo |
| ISSN | E-ISSN 2673-0375 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรคของระบบบริการงานเจาะเลือดและรับสิ่งส่งตรวจ 2) เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยในการรับสิ่งส่งตรวจ และเจาะเลือดผู้ป่วย 3) เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้รับบริการ ของห้องปฏิบัติการสถาบันบำราศนราดูร พัฒนาระบบบริการด้วยกระบวนการ Smart Hospital และประเมินผลของระบบใหม่ต่อประสิทธิภาพการให้บริการและอุบัติการณ์ความเสี่ยง การศึกษานี้เป็นการวิจัยแบบพรรณนา ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงพฤศจิกายน 2568 โดยเก็บข้อมูลจำนวนผู้รับบริการ อุบัติการณ์ความเสี่ยง ระยะเวลารอคอย และกระบวนการปฏิบัติงาน ก่อนและหลังการปรับปรุงระบบ ทั้งนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีสนับสนุนการบริการ ได้แก่ ระบบ KIOSK สำหรับจัดการคิวอัตโนมัติ เครื่องติดสติกเกอร์หลอดเลือดอัตโนมัติ และระบบ Laboratory Information System (LIS) เพื่อยืนยันตัวตนผู้ป่วยและเพิ่มความถูกต้องในขั้นตอนก่อนวิเคราะห์ ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับแนวคิด Smart Hospital ที่เน้นความรวดเร็ว ลดความผิดพลาด และเพิ่มความปลอดภัยของผู้รับบริการ ผลการศึกษาพบว่า ก่อนดำเนินการพัฒนาระบบมีข้อผิดพลาดหลายประการในกระบวนการบริการงานเจาะเลือดและรับสิ่งส่งตรวจ ได้แก่ การระบุคิวผิดพลาด 230 ครั้ง การติดสติกเกอร์ผิดประเภท 245 ครั้ง การเก็บตัวอย่างเลือดผิดชนิดหลอด 45 ครั้ง การเจาะเลือดไม่ครบจำนวน 95 ครั้ง และการเจาะเลือดผิดคน 5 ครั้ง นอกจากนี้กระบวนการให้บริการเดิมมี 6 ขั้นตอน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและความซ้ำซ้อนในการทำงาน หลังการพัฒนาระบบโดยปรับลดเหลือเพียง 3 ขั้นตอน พบว่าอุบัติการณ์ความเสี่ยงลดลงอย่างมาก โดยความผิดพลาดส่วนใหญ่ลดลงเป็นศูนย์ ยกเว้นเหตุการณ์เจาะเลือดไม่ครบจำนวนซึ่งลดลงเหลือเพียง 2 ครั้ง ขณะเดียวกัน ระยะเวลารอคอยรวมของผู้รับบริการลดลงจาก 70.9 นาที เหลือ 34.86 นาที คิดเป็นการลดลงร้อยละ 50.8 สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการทั้งในด้านความถูกต้อง ความรวดเร็ว และความปลอดภัย สรุปได้ว่าการนำหลักการ Smart Hospital และเทคโนโลยีอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ในงานเจาะเลือดและรับสิ่งส่งตรวจ สามารถลดข้อผิดพลาด เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ลดความแออัดและระยะเวลารอคอย ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับโรงพยาบาลสู่ Smart Hospital ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิผล |