|
ผลของโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ร่วมกับการใช้ Facebook ในนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จุไรรัตน์ ช่วงไชยยะ |
| Title | ผลของโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ร่วมกับการใช้ Facebook ในนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ |
| Contributor | มณฑา เก่งการพานิช, ศรัณญา เบญจกุล, มลินี สมภพเจริญ |
| Publisher | สถาบันบำราศนราดูร |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารสถาบันบำราศนราดูร |
| Journal Vol. | 15 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 94-105 |
| Keyword | โปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่, ทฤษฎีปัญญาสังคม, Facebook |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/ |
| Website title | thaijo |
| ISSN | E-ISSN 2673-0375 |
| Abstract | การริเริ่มสูบบุหรี่ในเด็กและวัยรุ่นนำไปสู่การเสพติดบุหรี่ และการใช้สิ่งเสพติดที่อันตรายในอนาคต การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ร่วมกับการใช้ Facebook โดยประยุกต์ทฤษฎีปัญญาสังคมในนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 54 คน เป็นกลุ่มทดลอง 31 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 23 คน โปรแกรมออกแบบกิจกรรมและดำเนินกิจกรรมเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ประกอบด้วย การให้ความรู้และการสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง การบรรยาย ชมวีดีโอ/ YouTube การแสดงความคิดเห็น การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และกิจกรรมกลุ่ม Facebook เพื่อสืบค้นสื่อความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เก็บข้อมูลก่อนและหลังการให้โปรแกรมด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ Kolmogorov-Smirnov test, Chi – square, Independent t – test, Paired t-test, ANCOVA, McNemar test และ Odd ratio ที่ 95% CI ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบมีลักษณะทางประชากรคล้ายคลึงกัน (p>0.05) หลังการทดลอง การเปรียบเทียบภายในกลุ่ม พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยของความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของบุหรี่ (SD=2.48, p<0.011) การรับรู้ความสามารถตนเองต่อการไม่สูบบุหรี่ (SD=8.41, p=0.036) ความคาดหวังในผลลัพธ์ของการไม่สูบบุหรี่ (SD=6.71, p<0.001) และความตั้งใจไม่สูบบุหรี่ ดีขึ้นกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p= 0.039) ขณะที่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของเจตคติที่ไม่ดีต่อการสูบบุหรี่ (SD=10.06, p=0.073) และภายในกลุ่มเปรียบเทียบ (p >0.05) สำหรับการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มด้วยสถิติ ANCOVA พบว่าภายหลังการทดลองเมื่อควบคุมค่าเฉลี่ยก่อนการทดลอง กลุ่มทดลองดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบเฉพาะด้านความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ขณะที่ด้านอื่นๆ ไม่พบความแตกต่างกัน (p >0.05) ดังนั้น โปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ร่วมกับการใช้ Facebook โรงเรียนสามารถนำกิจกรรมและกระบวนการไปพัฒนาและปรับใช้ในการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้ หากแต่ควรมีการใช้เทคนิคที่น่าสนใจ กำกับและกระตุ้นให้มีการใช้ Facebook อย่างสม่ำเสมอ และเพิ่มกิจกรรมที่ให้ฝึกทักษะ |